
3ธุรกิจน่าลงทุนในเมียนมาร์
โดย...ปิยรัชต์ จงเจริญ
โดย...ปิยรัชต์ จงเจริญ
ขณะที่ “เมียนมาร์” กำลังเป็นตลาดดาวรุ่งที่เป็นเป้าหมายการลงทุนของนานาชาติ แต่ตลาดแห่งนี้ไม่ใช่ของใหม่สำหรับนักธุรกิจไทย หลายคนประสบความสำเร็จ และพร้อมจะชี้ช่องทางสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเจาะตลาดแห่งนี้
พิษณุชัย แก้วพิชัย นักธุรกิจชาวไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ตั้งแต่เมื่อ 19 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ประเทศนี้ยังถูกนานาชาติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจภัตตาคารบางกอก คิทเช่น ไทยเรสเตอรองต์บริษัทท่องเที่ยว รวมทั้งบริหารจัดการด้านแรงงานในกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ให้คำแนะนำว่า ธุรกิจที่น่าลงทุนในเมียนมาร์เวลานี้ 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจเกี่ยวกับก่อสร้าง และการท่องเที่ยว
โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศน่าสนใจที่สุด คือ ถนน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจใหญ่และต้องเชื่อมโยงกับภาครัฐโดยตรง จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น ถัดมาคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับก่อสร้าง เช่น วัสดุก่อสร้าง การบริหารโครงการ เพราะเวลานี้ตามหัวเมืองใหญ่ในเมียนมาร์มีการก่อสร้างมาก สุดท้ายคือธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าดีมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมการเดินทาง อาหาร และสันทนาการต่างๆ
ปัจจุบันเมียนมาร์เป็นโอกาสในการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเพื่อสร้างความพร้อมเร่งด่วนในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปลายปี 2556รวมทั้งจะเป็นประธานอาเซียนในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม พิษณุชัย ยอมรับว่า การทำธุรกิจในเมียนมาร์นั้นการมีความสัมพันธ์โดยส่วนตัวกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรที่ประกอบด้วยชาวเมียนมาร์ จะช่วยให้การประสานงานและดำเนินการต่างๆ มีความสะดวกขึ้น
ทั้งนี้ เมียนมาร์มีวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งส่งผลถึงวิธีการทำธุรกิจของชาวเมียนมาร์ นักลงทุนต่างชาตินอกจากมีความชำนาญในธุรกิจแล้ว ควรให้ความสำคัญในการร่วมงานกับหุ้นส่วนธุรกิจ ภาครัฐ รวมถึงองค์กรที่ประกอบไปด้วยชาวเมียนมาร์ จะช่วยให้สามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้โดยง่ายดาย
“จากประสบการณ์การทำธุรกิจในเมียนมาร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต้องอาศัยความกล้าที่จะเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากถูกมองว่าเป็นประเทศที่ยังไม่เปิดกว้าง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งภาครัฐและผู้ลงทุนท้องถิ่น ซึ่งผมถือว่านี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมสามารถทำธุรกิจในเมียนมาร์ได้”
ขณะเดียวกันทางการเมียนมาร์เองก็อำนวยความสะดวกและพยายามให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติ โดยมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีต นอกจากนี้การที่เปลี่ยนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัวตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา มีประโยชน์ต่อนักธุรกิจมาก เพราะทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินกิจการได้ง่ายขึ้น
“ผู้ที่สนใจจะลงทุนในเมียนมาร์ ควรให้ความสำคัญกับหน่วยงานของรัฐมากกว่าตัวบุคคลของหน่วยงานนั้นๆ โดยหน่วยงานที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงข้อมูลข่าวสารและโอกาสในการทำธุรกิจกับเมียนมาร์ ที่น่าสนใจและต้องทำความรู้จักประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการลงทุนพม่า (MIC) สภาหอการค้าและอุตสาหกรรม (UMFCCI) กระทรวงที่นักลงทุนสนใจที่จะทำธุรกิจนั้นๆ”
สุดท้าย พิษณุชัย กล่าวว่า สิ่งที่นักธุรกิจจะลืมไม่ได้ คือ การติดต่อประสานงานกับส่วนของราชการไทย คือ สถานเอกอัครราชทูตไทยณ กรุงย่างกุ้ง ศูนย์ส่งเสริมการค้าและการลงทุน สำนักงานย่างกุ้ง ซึ่งสามารถ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับนักลงทุนไทย







