
มาเลย์ปล่อยกู้ดูดทุนสิงคโปร์
ยูโอบีขยับทัพรับทุนลอดช่องย้ายฐานขยายสินเชื่อเงินกู้ 2 เท่าใน 3 ปี
ยูโอบีขยับทัพรับทุนลอดช่องย้ายฐานขยายสินเชื่อเงินกู้ 2 เท่าใน 3 ปี
แบงก์ใหญ่มาเลเซียปรับตัวรับธุรกิจสิงคโปร์ย้ายฐานหนีออกนอก เตรียมปล่อยกู้นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะ
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ (ยูโอบี) สาขามาเลเซีย ประกาศแผนเตรียมขยายสินเชื่อธุรกิจเป็น 2 เท่า ภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจต่างชาติในมาเลเซีย โดยเฉพาะบรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สัญชาติสิงคโปร์ที่กำลังทยอยโยกย้ายฐานการผลิตไปในจีนและหลายประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหนีภาวะขาดแคลนแรงงานในประเทศ
หว่องคิมชุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของยูโอบี มาเลเซีย กล่าวว่า เป้าหมายดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในมาเลเซียกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับปริมาณการค้าภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันมาเลเซียสามารถดึงดูดเอฟดีไอจากการค้าภายในภูมิภาคได้ราว 10%
ในเบื้องต้นนั้น ยูโอบีซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ จะเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีสิงคโปร์ ซึ่งหันมาขยายฐานธุรกิจในเขตพัฒนาเศรษฐกิจอิสกันดาร์ ในรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย กันมากขึ้น
“นักลงทุนจากสิงคโปร์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันทั้งในเรื่องภาษาและวัฒนธรรม จะได้รับการพิจารณาเป็นหลัก เนื่องจากขณะนี้ทางการมาเลเซียได้อนุญาตให้บริษัทสัญชาติสิงคโปร์หันมาลงทุนในมาเลเซียได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ขับรถข้ามฝั่งมาเท่านั้น” หนังสือพิมพ์เดอะซัน มาเลเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของหว่อง
ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้แทนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีสิงคโปร์เกือบ 200 บริษัท ได้เข้าสัมมนาในฐานะลูกค้ากลุ่มแรกในโครงการดังกล่าวของยูโอบี เพื่อขยายโอกาสการลงทุนในอิสกันดาร์ในยะโฮร์ ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียวางสถานะให้เป็นระเบียงเขตพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนทางตอนใต้ของประเทศ
ซีอีโอของยูโอบี ระบุด้วยว่า โครงการดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักธุรกิจต่างชาติ ดังนั้นทางธนาคารจึงต้องร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาการลงทุนมาเลเซีย คณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอิสกันดาร์ บริษัทลงทุน อิสกันดาร์ และสหพันธ์ธุรกิจสิงคโปร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนมากที่สุด
ทั้งนี้ ผลสำรวจภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในปี 2556 จากธนาคารยูโอบี พบว่ามาเลเซียคือประเทศที่นักลงทุนสิงคโปร์ต้องการเข้าไปขยายธุรกิจมากที่สุด โดยมีอินโดนีเซียอยู่อันดับรองลงมา







