
รสก.หั่นเค้กสำรองเลี้ยงชีพ
กระจายจ้างบลจ.หลายแห่งบริหารกอง‘กรุงไทย’ยอมรับฉุดเป้าปีนี้โตไม่มาก
กระจายจ้างบลจ.หลายแห่งบริหารกอง‘กรุงไทย’ยอมรับฉุดเป้าปีนี้โตไม่มาก
บลจ.กรุงไทย เผยรัฐวิสาห กิจหั่นเค้กกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จ้างหลาย บลจ.บริหาร ฉุดเป้าปีนี้โตไม่มาก
น.ส.หัสวรา แสงรุจิ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า ปี 2556 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2555 ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์ 7.35 หมื่นล้านบาท โดยเป้าหมายอาจไม่ได้สูงแต่ถือว่าไม่ง่าย เพราะลูกค้ารัฐวิสาหกิจ (รสก.) มีแนวโน้มจ้าง บลจ.อื่นๆ มาร่วมบริหารกองทุน ทำให้เงินส่วนนี้ของบริษัทจะหายไปบางส่วน
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนไว้ได้ รวมถึงขยายฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมากขึ้น
สำหรับปี 2555 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเติบโตเพียงเล็กน้อยประมาณ 0.21% จากสิ้นปี 2554 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 4 ของอุตสาหกรรม
น.ส.หัสวรา กล่าวว่า ผลตอบแทนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภายใต้การบริหารของบริษัท ปีที่ผ่านมาทุกนโยบายการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีเทียบวัด โดยกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.7% ต่อปี ส่วนกองทุนผสมให้ผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 8% ซึ่งบริษัทจะใช้ผลงานในการบริหารกองทุนทำตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทจะทำงานร่วมกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารแม่ใกล้ชิดขึ้น เพราะฐานลูกค้าสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยมีจำนวนมาก หากบริษัทใดสนใจจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบริษัทก็พร้อมจะไปเสนอบริการให้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้ามากขึ้น
น.ส.หัสวรา กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 5 แสนราย แต่มีบริษัทที่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประมาณ 1.2 หมื่นรายเท่านั้น ในแง่โอกาสของการเติบโตจึงยังมีอีกมาก โดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ให้แข่งขันได้ทั้งแง่ของผลการดำเนินงานกองทุน ตลอดจนบริการต่างๆ กับสมาชิก รวมถึงทีมการตลาดที่พร้อมดูแลลูกค้าให้ความรู้ความเข้าใจกับคณะกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนนับตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน เพื่อให้สมาชิกวางแผนการลงทุนเพื่อตอบเป้าหมายเกษียณของตัวเองได้อย่างเหมาะสม
สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของบริษัท นอกเหนือจากบริษัทเอกชนทั่วไปที่บริษัทจะแนะนำให้เข้ามาใช้บริการกองทุนร่วมทุน (Pooled Fund)







