
ทีวีช็อปปิ้งจอร้อน"ช็อปชาแนล" ท้าชน "ทีวีไดเร็ค"
จากตัวเลขทีวีดาวเทียมในครัวเรือนที่มีถึง 50% หรือ 11 ล้านครัวเรือน จากผู้รับชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติเล็งเห็นโอกาสของธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง หรือการจำหน่ายสินค้าผ่านทีวีดาวเทียม
จากตัวเลขทีวีดาวเทียมในครัวเรือนที่มีถึง 50% หรือ 11 ล้านครัวเรือน จากผู้รับชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติเล็งเห็นโอกาสของธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง หรือการจำหน่ายสินค้าผ่านทีวีดาวเทียม
ประกอบกับตลาดทีวีช็อปปิ้งในต่างประเทศเริ่มอิ่มตัว โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่น แต่ไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศหันมาจับมือกับพันธมิตรชาวไทยลุยธุรกิจทีวีช็อปปิ้งในไทยมากขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เล่นรายใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 ราย เพื่อชิงตลาดทีวีช็อปปิ้งในไทยมูลค่า 8,000-1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่มีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงคาดการณ์ว่าปีนี้จะเห็นผู้เล่นรายใหม่โดดร่วมสมรภูมิทีวีช้อปปิ้งไม่ต่ำกว่า 10 ราย
หนึ่งในผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วปีนี้คือ ช้อป ชาแนล โดย บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) ที่เกิดจากการรวมตัวของ 3 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ คือ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล ถือหุ้น 30% บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล 30% และบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของธุรกิจทีวีช็อปปิ้งญี่ปุ่น 40%
การดำเนินธุรกิจของ ช้อป ชาแนล ผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม พีเอสไอ ช่อง 62 ในระบบซีแบรนด์ โดยกลยุทธ์ที่ดึงมาประเดิมทำตลาดในเบื้องต้นคือ การสร้างความน่าเชื่อถือ ความจริงใจ และสินค้าคุณภาพ
เคนจิ ชินโมริ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการทั่วไป แผนกสินค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ บริษัท ซูมิโตโมฯ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสเข้ามาทำธุรกิจ เบื้องต้นจะนำสินค้า 150-200 รายการเข้ามาจำหน่าย แบ่งเป็นสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น 70% และเป็นสินค้าในประเทศไทย 30% ซึ่งหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค. จะเพิ่มสินค้าเป็น 350 รายการ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000-2 หมื่นบาท ค่าบริการจัดส่ง 150 บาท
จุดเด่นของ ช้อป ชาแนล จะเน้นจัดเป็นรายการสดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตอบโต้ได้ในรายการ โดยมั่นใจว่าน่าจะได้ผลการตอบรับที่ดี ปริมณฑลคาดใช้เวลาจัดส่ง 2 วัน ต่างจังหวัด 7 วัน
ยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ทีวีช็อปปิ้งเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะในญี่ปุ่นซูมิโตโมเป็นผู้นำในตลาด และยังเป็นการต่อยอดช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายจากปัจจุบันมีช่องทางหน้าร้าน แค็ตตาล็อก ออนไลน์ และมือถือ คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ใน 5 ปี พร้อมขึ้นเป็นที่ 1 ในธุรกิจทีวีช็อปปิ้งของประเทศไทยแทนที่ทีวีไดเร็คที่เป็นเจ้าตลาดในปัจจุบัน
อีกหนึ่งค่ายยักษ์ในตลาดทีวีช็อปปิ้ง ที่ปีนี้จะรุกตลาดเพิ่มมากขึ้นนั่นคือ โอ ช้อปปิ้ง โดยบริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง ในเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ที่ร่วมทุนกับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหลังจากดำเนินธุรกิจมาได้ 8 เดือนเศษ ผลการตอบรับแม้จะยังไม่ทะลุเป้าหมายแต่ก็พร้อมลุยต่อ
ด้วยการขยายช่องทางธุรกิจใหม่ๆ เสริมความแข็งแกร่ง
พีระ ลักษณาภิรักษ์ ผู้อำนวยการสื่อสารการตลาด บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง กล่าวว่า ในปีนี้จะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ “โอ ช้อปปิ้ง ทูเกตเตอร์” มากขึ้น ด้วยการเน้นจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม รวมถึงการเปิดตัวแค็ตตาล็อก “โอแมกกาซีน” และจะนำสินค้าจากเซเลบริตีเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก เพื่อเป็นตัวแทนของโอช้อปปิ้งสื่อสารไปยังลูกค้า
ขณะที่สินค้าใหม่ปีนี้ โอ ช้อปปิ้ง มีแผนที่จะเพิ่มสินค้าในส่วนของบริการทางการเงิน รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า จากปัจจุบันมีสินค้าจำหน่าย 5060 รายการ แบ่งเป็นสินค้านำเข้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส 90% อีก 10% เป็นสินค้าไทย ตั้งเป้า 5 ปี จะมียอดขาย 3,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 300%
ด้านฝั่งเจ้าตลาดอย่างทีวีไดเร็คก็ยังคงเดินหน้ารักษาแชมป์ และขยายธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านสินค้าหรือช่องทางจำหน่าย ที่จะเพิ่มสาขา TV Showcase หรือร้านจำหน่ายสินค้าเพิ่มอีก 10 แห่ง จากเดิมมีอยู่ 70 แห่ง ขณะที่สินค้าก็จะพัฒนาให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดย ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้เติบโต 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,237.08 ล้านบาท
จากผู้เล่นที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นส่งผลให้คาดการณ์กันว่าภาพรวมธุรกิจทีวีช็อปปิ้งในปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาที่เติบโตเพียง 10-15% เท่านั้น







