
มิตรผลหยุดผลิต5เม.ย.บรรเทาวิกฤตพลังงาน
กลุ่มมิตรผล ประกาศหยุดผลิตชั่วคราวใน 5 โรงงาน บรรเทาวิกฤตไฟฟ้าดับ พร้อมขายไฟฟ้าเพิ่มให้ กฟผ. อีกเกือบ 100 เมกะวัตต์
กลุ่มมิตรผล ประกาศหยุดผลิตชั่วคราวใน 5 โรงงาน บรรเทาวิกฤตไฟฟ้าดับ พร้อมขายไฟฟ้าเพิ่มให้ กฟผ. อีกเกือบ 100 เมกะวัตต์
นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผลเตรียมสนับสนุนภาครัฐในช่วงที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซ ด้วยการหยุดการผลิตชั่วคราวใน 5 โรงงานน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เพราะเป็นช่วงที่คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 26,300 เมกะวัตต์ โดยยืนยันไม่กระทบกับระบบการผลิตและปริมาณสินค้าคงคลัง รวมทั้งขั้นตอนการรับซื้ออ้อยจากเกษตรกร เพราะไม่ได้หยุดหีบอ้อย
ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าของกลุ่มมิตรผลนั้น เดิมมีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าประเภท SPP Firm PPA FIRM ให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่แล้ว 76 เมกะวัตต์ แต่ในช่วงที่หยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อประหยัดกระแสไฟฟ้า นั้น จะทำให้มีกระแสไฟฟ้าคงเหลือในกลุ่มมิตรผลเพิ่มขึ้นสามารถขายได้เต็มสัญญา non-firm อีกจำนวน 96 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กลุ่มมิตรผลสามารถขายไฟฟ้าในช่วงวันที่ 5 เม.ย.นี้ได้รวมกว่า 170 เมกะวัตต์
"ปัจจุบันโรงงานผลิตน้ำตาลมีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นของตนเองไม่ได้ใช้กระแสไฟฟ้าจากภาครัฐ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะจากชีวมวล รวม 1,700 เมกะวัตต์ หรือเท่ากับการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อน 2 เขื่อน หรือเทียบเท่าโรงไฟฟ้าปรมาณู 1-2 โรง คิดเป็น 2% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ" นายกฤษฎากล่าว
อย่างไรก็ตาม โรงงานน้ำตาลทุกแห่งสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้นได้อีกเป็น 2,600 เมกะวัตต์ได้ภายใน 3-5 ปี แต่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในแง่การให้ความสำคัญในการรับซื้อ บวกกับส่งเสริมการปลูกอ้อยให้มีปริมาณเพิ่มจากปีละ 90 ล้านตัน เป็น 150 ล้านตัน พร้อมกับส่งเสริมระบบโซนนิ่งการเกษตรในการปลูกพืชและดูแลราคา มีระบบชลประทานเข้ามาช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแผนอยู่แล้ว ราคารับซื้อปัจจุบันอิง 2 ราคา ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ที่ผ่านมายังมีส่วนเพิ่มให้หน่วยละ 30 สตางค์ แต่ปัจจุบันมีการพิจารณาในส่วนนี้ใหม่ เพราะพิจารณาถึงการผลิตจากเชื้อเพลิงประเภทอื่นด้วย จะเห็นได้ว่าเชื่อมโยงกับพืชผลทางการเกษตร







