
ค่านายหน้าแพงส่งแรงงานเถื่อนพุ่ง
รัฐมนตรีช่วยแรงงานเมียนมาร์ชี้ค่านายหน้าแรงงานสูงอุปสรรคการขึ้นทะเบียน
รัฐมนตรีช่วยแรงงานเมียนมาร์ชี้ค่านายหน้าแรงงานสูงอุปสรรคการขึ้นทะเบียน
นายเหมียนเทียน รมช.แรงงานของเมียนมาร์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานชาวเมียนมาร์อยู่ในไทยประมาณ 2.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียน 1.3 ล้านคน และไม่ได้ขึ้นทะเบียน 1.2 ล้านคน โดยทางเมียนมาร์ต้องการให้แรงงานทุกคนขึ้นทะเบียน เพื่อจะได้รับสิทธิและสวัสดิการต่างๆ และเป็นไปอย่างถูกต้อง แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ การพิสูจน์สัญชาติและขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าวต้องผ่านกระบวนการของนายหน้า และเสียค่าบริการในอัตราสูงมาก
ปัญหาแรงงานไม่ได้ขึ้นทะเบียน ถือเป็นวาระหลักของเมียนมาร์ที่ต้องเร่งทำก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทางเมียนมาร์จะลงนามในสัญญาร่วมกับไทย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว คาดว่าอีก 3 เดือนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่การช่วยเหลือเบื้องต้น ได้มีการจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ 11 ศูนย์ในไทย เน้นพื้นที่ที่มีแรงงานชาวเมียนมาร์อาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น จ.สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ระนอง ระยอง
รมช.แรงงานเมียนมาร์ กล่าวว่า เมียนมาร์ยังไม่มีเหตุให้ต้องนำแรงงานกลับไปทำงานในประเทศ กลุ่มที่ทำงานในไทยก็มีรายได้ดีกว่า สามารถส่งเงินกลับไปช่วยเหลือครอบครัวได้ แต่หากภายในประเทศมีค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าอาจมีแรงงานบางส่วนกลับไปทำงานในเมียนมาร์
ด้าน นางสุนี ไชยรส รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า ปัญหาค่านายหน้าแรงงานสูงถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมานาน และแก้ไขได้ยาก และคล้ายกับกรณีแรงงานไทยที่ไปทำงานในมาเลเซียและประเทศอื่นๆ เรื่องดังกล่าวจึงควรได้รับการยกระดับเป็นประเด็นสาธารณะของอาเซียน
ทั้งนี้ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) มีแนวคิดจะหาช่องทางด้านกฎหมายเข้ามาควบคุมเรื่องดังกล่าวอยู่เช่นกันจึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาและปรับปรุงด้านประชาคมอาเซียนขึ้น โดยเน้นพัฒนาสิทธิและสวัสดิการแรงงาน ที่อาจมีสถานการณ์เปลี่ยนไปหลังเปิดประชาคมอาเซียน
นางสุนี กล่าวว่า ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ต้องเร่งจัดการเพื่อแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว เช่น กฎหมายประกันสังคมที่จะเข้าสภาในสัปดาห์นี้ กฎหมายแรงงานสัมพันธ์เพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่มีแนวโน้มจะนำเข้าสภา การแก้ไขกฎหมายเพื่อช่วยแรงงานทำงานบ้าน อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ใช่ช่องทางเดียวในการแก้ปัญหาเพื่อทำให้คนอาเซียนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ยังต้องใช้การพูดคุย การรณรงค์ร่วมกันเพื่อปรับทัศนคติคนไทยที่มีต่อแรงงานต่างด้าวด้วย
สำหรับสื่อมวลชนเองก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาแรงงาน ทั้งในเชิงทักษะและความเป็นอยู่ด้วย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังคงนำเสนอแต่เพียงการพัฒนาการลงทุนหลังเปิดประชาคมอาเซียนเท่านั้น n







