posttoday
"กรมอาเซียน" ยุคเตรียมความพร้อมทำงานเน้นมิติประขาขน

"กรมอาเซียน" ยุคเตรียมความพร้อมทำงานเน้นมิติประขาขน

04 มีนาคม 2556

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ


ในช่วงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กรมอาเซียนถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทดูแลและเตรียมความพร้อมสำหรับภาคประชาชนมากที่สุด

อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร อธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า กรมต้องเปลี่ยนบทบาทหน้าที่มาดูแลกิจการภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะภาคประชาชนและสังคม เพื่อกระตุ้นให้คนไทยทั้งประเทศรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของประชาคมอาเซียนที่จะมีต่อชีวิตประจำวันของทุกคน

แต่เดิมนั้น กรมจะเน้นงานระหว่างประเทศ การเจรจาความร่วมมือ รวมถึงการจัดประชุมสำคัญต่างๆ ของอาเซียน และการประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ราชการ แต่ปัจจุบันกลับมาทำงานเตรียมความพร้อมของประชาชนในประเทศมากขึ้น เพื่อให้คนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน เข้าใจง่ายและทั่วถึง เนื่องจากหากประชาชนได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ กรมจะพยายามเผยแพร่ข้อมูลในส่วนของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะกระทบต่อชีวิตประชาชน เช่น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การศึกษา การมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทยและใช้ทรัพยากรในไทยมากขึ้น และทำอย่างไรคนไทยจะได้ประโยชน์จากการรวมตัวดังกล่าว โดยจะสื่อสารข้อมูลที่เข้าใจง่ายผ่านสื่อทุกชนิด เช่น หนังสือ การ์ตูน วิดีโอ เว็บไซต์

ขณะเดียวกันได้ฝึกอบรมครูในต่างจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้เผยแพร่ข้อมูลแก่คนในท้องถิ่นต่อไป

อธิบดีกรมอาเซียน ชี้ว่า ประชาชนทุกคน ทุกอาชีพ จำเป็นต้องเข้าใจประเด็นสำคัญของโลก เช่น เกษตรกรต้องรู้เรื่องปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมของโลก เพื่อให้เข้าใจและนำไปปรับเปลี่ยนตัวเอง ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เพิ่มมาตรฐาน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ เพราะตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงและไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาเซียน แต่ต้องมองถึงตลาดโลก

“ตอนนี้คนไทยสนใจกระแสอาเซียนมากขึ้น อยากรู้ข้อมูลแต่ไม่ได้ติดตาม ทุกคนต้องการมีส่วนร่วม และคิดพิจารณาว่าอาเซียนจะมีผลต่ออนาคตอย่างไร ซึ่งนี่คือโอกาสให้ไทยพัฒนาตัวเอง และต้องการให้แปลงความตื่นตัวไปเป็นการปรับปรุงตัวเองให้ได้” อรรถยุทธ์ กล่าว

หลังจากกรมอาเซียนได้ดำเนินตามแผนข้างต้น ทำให้คนรับรู้ข้อมูลมากขึ้น และเมื่อได้รับข้อมูลพื้นฐานแล้ว ก็จะสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเองมากขึ้น แต่ประชาชนจำเป็นต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะเอง เช่น ชาวนาต้องไปศึกษาว่าเพื่อนบ้านปลูกข้าวยังไง ทำไมได้ผลผลิตต่อไร่มากกว่า ทำไมต้นทุนถูกกว่า ปลูกข้าวพันธุ์อะไร เพื่อเป็นความรู้นำไปปรับปรุงตัวเอง อย่างไรก็ตามคนไทยมีข้อเสียคือ เมื่อเคยได้รับข้อมูลแล้วจะรอคอย และไม่ยอมขวนขวายหาข้อมูลเพิ่มทำให้ไม่เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

จากการลงไปทำงานกับภาคประชาชน อธิบดีกรมอาเซียน พบว่า จุดอ่อนของคนไทย คือ การไม่สนใจประเทศเพื่อนบ้าน คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย ไม่ต้องการเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ทุกประเทศที่อยู่รอบเมืองไทยสนใจที่จะเรียนรู้ไทยมากจากทุกช่องทาง เรียนรู้ภาษาไทย พูดภาษาไทยได้ จุดอ่อนนี้ทำให้ไทยไม่มีความพร้อมที่จะไปเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน เพราะไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศอื่นๆ เลย

ดังนั้น ประชาชนจำเป็นต้องให้ความสนใจกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และต้องเรียนรู้สิ่งใกล้ตัวให้มากกว่าเดิม เพราะชีวิตประจำวันต้องมีความสัมพันธ์กับคนในประเทศกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน

และหลังจากปี 2558 กรมคงต้องเปลี่ยนบทบาทอีกครั้ง จากการเป็นผู้เตรียมความพร้อม มาเป็นผู้ให้คำปรึกษาและผู้ขับเคลื่อนความร่วมมือ เสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค เช่น การตั้งองค์กรเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายของอาเซียน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ