
SVI ถึงเวลาฟื้นจริง
บริษัท เอสวีไอ (SVI) ประกาศผลดำเนินงานปี 2555 มีกำไรสุทธิ 1,246.41 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมากจากปี 2554 ที่ขาดทุนสุทธิ 1,274.92 ล้านบาท
บริษัท เอสวีไอ (SVI) ประกาศผลดำเนินงานปี 2555 มีกำไรสุทธิ 1,246.41 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมากจากปี 2554 ที่ขาดทุนสุทธิ 1,274.92 ล้านบาท
ผลงานที่ออกมาดีขึ้นอย่างมากนี้ สิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทได้ฟื้นตัวและผ่านพ้นวิกฤตจากน้ำท่วมได้แล้ว
พงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SVI เปิดเผยว่า แนวโน้มการทำธุรกิจของบริษัทหลังจากนี้จะสดใสมากขึ้น และบริษัทมีเป้าหมายชัดเจนว่า หลังจากนี้จะเติบโตให้ได้ปีละ 2530% หรือปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,000 ล้านบาท
กลยุทธ์ในการเติบโตของบริษัทจะมาจากการเน้นหาลูกค้าใหม่เข้ามา ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าใหม่ที่เข้ามาและว่าจ้างให้บริษัททำการวิจัยและผลิตสินค้าให้ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง และถ้าหากลูกค้ารายนี้เข้ามาจริงทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“ลูกค้าเดิมส่วนใหญ่ก็กลับมาในขณะที่บริษัทใช้วิธีหาลูกค้าใหม่เข้ามาทดแทนลูกค้าเดิมที่ย้ายออกไปด้วยหลังจากเจอน้ำท่วม ลูกค้าใหม่จะทำให้อัตรากำไร (มาร์จิน) ดีกว่า และมั่นใจว่าอัตรากำไรสุทธิน่าจะยืนเหนือระดับ 8%”
กลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็นเป้าหมายของบริษัทคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์วงจรควบคุมระบบ อุตสาหกรรม และกลุ่มอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งโดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์อนาคตน่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทในปีนี้ในสัดส่วนกว่า 10% จากขณะนี้อยู่ที่ 5%
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า เพื่อให้รายได้เติบโตได้ตามเป้าหมายหลังจากเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ล่าช้ากว่าแผนไป 1 ปีครึ่ง หรือเดิมสิ้นปี 2555 จะต้องมีรายได้ 400 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว แต่ก็ทำได้เพียง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ
ดังนั้น บริษัทใช้จังหวะค่าเงินบาทที่แข็งค่าออกไปซื้อกิจการที่ยุโรป ซึ่งตอนนี้รอเพียงเงินจากประกันภัยที่ยังค้างอยู่อีก 1,800 ล้านบาท ซึ่งหากซื้อสำเร็จจะทำให้รายได้พุ่งขึ้นทันทีจากเป้าหมายที่วางไว้ 1 เท่าตัว เพราะบริษัทที่จะเข้าไปซื้อมียอดขายประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ มีมุมมองเชิงบวกต่อ SVI หลังบริษัทจัดประชุมนักวิเคราะห์และอยู่ระหว่างปรับประมาณการราคาเป้าหมายใหม่หลังจากบริษัทจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาในปีนี้ 5 ราย และยังจะทำโครงการใหญ่กับลูกค้าเพิ่มอีก 1 ราย จะทำให้รายได้ในปี 2556-2557 เติบโต 20% ต่อปี
นอกจากนี้ อยู่ระหว่างขายหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 30 ล้านหุ้นก่อนจ่ายปันผลในปีนี้ และรอเงินประกันอีกก็น่าจะทำให้บริษัทสามารถออกไปซื้อกิจการอย่างที่หวังไว้
บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้จากเดิมอีก 6% และเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน SVI เป็น 6 บาท จาก 4.2 บาท หลังมีสัญญาณว่า SVI สามารถฟื้นฟูกำลังผลิตกลับมาได้เกือบทั้งหมด ขณะที่ฐานทุนที่แข็งแกร่งจะทำให้ SVI พร้อมกลับเข้ามาสู่ช่วงการเติบโตของธุรกิจอีกครั้งในปี 2556-2557 โดยมีจุดแข็งจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็ก ทรอนิกส์ครบวงจร มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลักๆ ในยุโรป จึงสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดได้ไม่ยาก







