posttoday
เซียนเตือนภัยบาทแข็งทำกำไรทองยาก

เซียนเตือนภัยบาทแข็งทำกำไรทองยาก

02 มีนาคม 2556

แนะรอช้อนซื้อทอง 2.2 หมื่นบาท ระวังเงินบาทแข็งทำให้หากำไรยาก

แนะรอช้อนซื้อทอง 2.2 หมื่นบาท ระวังเงินบาทแข็งทำให้หากำไรยาก

ราคาทองคำในประเทศวันที่ 1 มี.ค. ปรับตัวขึ้นลงผันผวนตามราคาทองคำในต่างประเทศ โดยราคาทองคำแท่ง 96.5% ของสมาคมค้าทองคำขึ้นลงผันผวนถึง 5 ครั้ง สุดท้ายมาปิดที่ราคารับซื้อบาทละ 22,150 บาท และขายบาทละ 22,250 บาท ลดลง 200 บาท หรือคิดเป็นราคาทองคำในตลาดโลกที่ 1,574 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ทั้งนี้ มีการประเมินว่า ราคาทองคำในระยะสั้นยังเคลื่อนไหวในกรอบซึ่งบริเวณแนวต้าน 1,585 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 1,594 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก เปิดเผยว่า นักลงทุนควรรอให้ราคาทองคำลงไปถึงประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณบาทละ 2.2 หมื่นบาท จึงเข้าซื้อและการลงทุนทองคำในช่วงนี้ควรซื้อขายไม่เกิน 5 วัน เพราะจะมีโอกาสทำกำไรมากกว่าการถือลงทุนในระยะกลาง 6 เดือน ถึง 1 ปี

นพ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาทองคำในประเทศได้ปรับลดลงแล้ว 9% ตามการลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก 6% และตามค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 3% หากถือในระยะกลางมีโอกาสถูกค่าเงินบาทที่แข็งค่าฉุดให้ขาดทุนได้

อย่างไรก็ตาม หากเป็นนักลงทุนระยะยาว 3 ปีขึ้นไป สามารถลงทุนได้เพื่อชนะเงินเฟ้อ

ขณะนี้ราคาทองคำได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยนักวิเคราะห์บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ระบุว่า เป็นผลจากความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่มีน้อยลง หลังจากมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจของหลายประเทศเริ่มฟื้นตัว ประกอบการถือทองคำไม่ได้รับผลตอบแทนนอกจากการปรับขึ้นของราคาเมื่อเทียบตราสารทางการเงินที่มีความปลอดภัย เช่น พันธบัตร

นอกจากนั้น กองทุนเอสพีดีอาร์ โกลด์ ทรัสต์ ได้ลดการถือครองทองคำลงทั้งหมด 73.6 ตัน ตลอดเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนทองคำในปีนี้ บรรดาโบรกเกอร์ซื้อขายทองคำประเมินว่า ปีนี้ผลตอบแทนการลงทุนทองคำน่าจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5% จากปีก่อนที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 7%

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ