
300 ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีแบรนด์
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
[email protected]สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการไตรมาส 4 ปี 2555 เพิ่มขึ้น 26.6% กว่า 7,000 ราย สูงสุดรอบ 9 ปี
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของการเลิกกิจการ คือ การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น และยังต้องจับตามองต่อไปว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ อัตราการเลิกกิจการจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก
แม้หลายธุรกิจจะประสบปัญหาจากนโยบายค่าแรง 300 บาท แต่ผู้ประกอบการบางรายกลับไม่ได้รับผลกระทบ และมองเป็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจ ด้วยมาตรการจูงใจดังกล่าวจะช่วยทำให้เกิด “ฉันทะ” ในการทำงานของพนักงาน
ชาลี รัตนวชิรินทร์ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทน้ำหนึ่ง เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “เป่า ยิง ฉุบ” บอกว่า องค์กรธุรกิจควรสร้างให้พนักงานมีฉันทะ หรือความรักในงานที่ทำ โดยค่าแรงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความพึงพอใจ ในการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันเป็นโอกาสที่นายจ้างจะพัฒนาฝีมือแรงงานให้สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
“เป่า ยิง ฉุบ” กลับมาสร้างขาจักรใหม่ (ช่างเย็บเสื้อ) ในองค์กร จากที่ผ่านมากระจายขาจักรออกไปตามสถานที่ต่างๆ และการันตีรายได้ขั้นต่ำ 300 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล และบวกรายได้เพิ่มหากประสิทธิภาพในการผลิตมีมากกว่าที่กำหนดไว้
นโยบายดังกล่าว ดึงขาจักรใหม่ให้เข้ามาสู่บริษัท ซึ่งขณะนี้มีขาจักรใหม่จำนวน 20 คน โดยเฉพาะคนอายุ 40 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้ถือเป็นแรงงานที่มีฝีมือและมีฉันทะในการทำงาน เกิดการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นค่าแรง 300 บาท จึงไม่ใช่ปัญหา หากสร้างสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงแบรนด์ที่แข็งแกร่งด้วย
แนวคิดในการทำธุรกิจของชาลี เริ่มจากกิจการขายเสื้อผ้าเล็กๆ ที่ห้างมาบุญครอง ตัดเอง เย็บเอง ขายเอง แบบไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร จนเติบโตขึ้นตามลำดับ เคยทำยอดขายเสื้อยืดสูงสุดถึง 7 แสนตัว แม้จะเป็นธุรกิจขายเสื้อยืดธรรมดาๆ แต่ความแตกต่างของเป่า ยิง ฉุบ คือ แบรนด์และคุณภาพ
นี่คือตัวอย่างของเอสเอ็มอีไทยที่ฟันฝ่าวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง แต่หากทำงานอย่างมีฉันทะ รักในสิ่งที่ทำ จะนำพาองค์กรไปข้างหน้าอย่างมั่นคง







