
ปลาร้าไฮโซ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
“ปลาร้า” นับเป็นอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย จากวิธีการหมักปลาด้วยข้าวคั่วและเกลือเพื่อถนอมอาหาร แต่ด้วยกลิ่นที่ค่อนข้างแรงและรูปลักษณ์ที่ดูไม่น่ากิน ทำให้หลายคนเมิน
ทว่าปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบผง แบบอัดก้อน ขณะที่ปลาร้าแบบเป็นตัวและแบบเป็นน้ำก็ยังพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัย ส่งไปขายในต่างประเทศได้ไม่อายใคร สร้างรายได้มหาศาล ไม่เชื่อถาม มานพ ทองรอด เจ้าของบริษัท กรกนก อินเตอร์ฟูดส์ ผู้ผลิตปลาร้าผงแบรนด์ “ขุนช้าง” ได้
มานพ อธิบายว่า ขั้นตอนการทำปลาร้าผงไม่ยากอย่างที่คิด โดยหมักเหมือนปลาร้าทั่วไปที่ใช้เวลา 612 เดือน เพียงแต่มีเคล็ดลับเฉพาะตรงที่ต้องให้ปลาแห้ง ไม่แฉะเป็นน้ำ คัดเฉพาะปลาตัวใหญ่ๆ อย่าง ปลานิล ปลาช่อน เท่านั้น เมื่อหมักได้ที่แล้วก็นำมาอบแห้งด้วยระบบดีไฮเดรตที่คิดค้นขึ้นเอง เป็นการใช้ลมร้อนที่มีอุณหภูมิไม่สูงเกิน 50 องศาเซลเซียส เมื่อแห้งก็จะได้ปลาร้าที่เก็บได้นาน แถมรูป รส กลิ่น ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ปลาร้าที่อบแห้งแล้วเราจะมาคัดเพื่อบรรจุขายอีกครั้ง หากผ่านกระบวนการแล้วยังได้ชิ้นปลาที่สมบูรณ์เป็นตัวก็จะพาสเจอไรซ์ บรรจุในซองสุญญากาศขายทั้งตัวในราคาเพียงตัวละ 60 บาท แต่หากชิ้นไหนไม่สมบูรณ์ก็นำมาป่นให้เป็นผงก่อนจะนำไปพาสเจอไรซ์ บรรจุในซองสุญญากาศขนาด 30 กรัม ขายในราคา 35 บาท ถุงหนึ่งนำไปทำอาหารได้พอดี 1 จาน
หลังจากนำออกจำหน่ายปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก มีทั้งลูกค้าภายใน จ.สุพรรณบุรี เอง กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ อาทิ สุโขทัย นครสวรรค์ เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต บางรายก็สั่งซื้อเพื่อส่งไปให้เพื่อนหรือญาติที่อยู่ต่างประเทศ และมีลูกค้าที่สั่งซื้อเพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทมีหน้าร้านเพียง 2 แห่ง คือ ที่ตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี และในตลาดเมืองทองธานี (ติดกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช) รวมทั้งยังเปิดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อได้ถึงที่บริษัทด้วย หรือจะโทรสั่งโดยตรงที่ 0819841916 หรือ 035515817 ก็สะดวกไม่น้อย
แม้ว่าตอนนี้ปลาร้าผง “ขุนช้าง” ยังไม่สามารถทำตลาดส่งออกนอกได้เอง เพราะขาดประสบการณ์ แต่ล่าสุดได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นแบบขวดและออกแบบฉลากให้ดูสากลขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำตลาดต่างประเทศในอนาคต
“ถึงจะยังไม่คืนทุนที่ลงไป แต่ก็เชื่อว่าเมื่อเราพร้อมที่จะทำตลาดเองก็น่าจะคืนทุนและสินค้าติดตลาดได้ไม่ยาก เพราะตอนนี้ถือว่าลูกค้าทั้งในและต่างประเทศต่างก็รู้จักและคุ้นเคยรสชาติของปลาร้าดีแล้ว”
ดังนั้นถ้าเราทำตลาดดีๆ เชื่อว่าปลาร้าไทยจะไปครัวโลกได้แน่นอน







