posttoday
เพื่อความยั่งยืน

เพื่อความยั่งยืน

01 มีนาคม 2556

ทำไมองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจึงต้องใช้หลัก “ธรรมาภิบาล” ในการดำเนินธุรกิจหรือประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม

ทำไมองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมจึงต้องใช้หลัก “ธรรมาภิบาล” ในการดำเนินธุรกิจหรือประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม

เพราะ “ธรรมาภิบาล” (Good Governance) หมายถึง การบริหารจัดการบ้านเมือง สังคม องค์กร หรือธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยความซื่อสัตย์ ความเปิดเผยโปร่งใส ความรับผิดและรับชอบที่ตรวจสอบได้ ความชอบธรรม ยุติธรรม ความมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการมีมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม เป็นการทั่วไป

“ธรรมาภิบาล” จึงเป็นหลักการที่มีคุณค่าและสำคัญมากในปัจจุบัน ซึ่งทุกองค์กรควรที่จะนำมาปรับใช้ในการดำเนินกิจการทั้งทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ธุรกิจอุตสาหกรรม สังคม สาธารณสุข การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เพื่อนำพาให้สังคมไทย ธุรกิจอุตสาหกรรมไทยโดยรวมมีความเข้มแข็งมั่นคงและเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนยาวนาน (เป็น “องค์กรอมตะ”)

สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมนั้น หลัก “ธรรมาภิบาล” คือหัวใจในการดำเนินธุรกิจและการประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่มีผลต่อทุกฝ่ายให้ได้รับผลประโยชน์ที่ยุติธรรม ตั้งแต่ตัวผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า ชุมชน รวมถึงสังคมและประเทศชาติด้วย

ทุกวันนี้ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยประกอบด้วยวิสาหกิจทั้งสิ้น 2.8 ล้านกิจการ ในจำนวนนี้เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs (มีแรงงานไม่เกิน 200 คน) ถึง 99% (40% เป็นธุรกิจขนาดเล็กมาก ซึ่งอยู่นอกระบบ โดยไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย)

SMEs จึงเป็นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ ครอบคลุมทุกด้านของการผลิต และเป็นกิจการที่ส่วนใหญ่ยังเป็นของคนไทย และมีมูลค่าถึง 40% ของรายได้ประชาชาติ (GDP)

แต่การที่จะดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมให้เจริญรุ่งเรือง แข็งแรง มั่นคง และเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อถือ” ของลูกค้าและผู้ที่มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ เช่น สถาบันการเงินชุมชน เป็นต้น ถ้าขาด “ความเชื่อถือ” จากผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ธุรกิจอุตสาหกรรมจะดำรงอยู่ต่อไปได้ยาก ในที่สุดก็คงต้องล้มลง และเลิกกิจการในที่สุด แล้วเศรษฐกิจของประเทศจะอยู่ได้อย่างไร

ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมจะสร้าง “ความเชื่อถือ” ได้อย่างไรนั้น คำตอบที่สั้นที่สุดก็คือต้องมี “ธรรมาภิบาล” ในการประกอบธุรกิจนั่นเอง

เมื่อธุรกิจอุตสาหกรรมยึดเอา “ธรรมาภิบาล” เป็นหลักในการประกอบการ ผลที่ได้รับกลับมาก็คือ “ความเชื่อถือ” จากลูกค้า สถาบันการเงิน สังคม คู่ค้า เป็นต้น เพราะทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียย่อมต้องการให้ธุรกิจอุตสาหกรรมที่ตนเองติดต่อค้าขายด้วยมีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีความรับผิดชอบ มีความยุติธรรม มีจริยธรรม คุณธรรม สินค้าที่ผลิตเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ค้ากำไรเกินควร และไม่เอาเปรียบพนักงาน ผู้ถือหุ้น ตลอดจนลูกค้า

หากเป็นเช่นนี้ อย่างนี้การค้าขายหรือการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมก็จะเจริญรุ่งเรืองเป็นที่เชื่อถือของลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกคน มีกำไร สามารถพึ่งตนเองได้ทั้งในยามวิกฤตและในยามปกติ รวมทั้งสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย สถาบันการเงินก็อยากจะให้สินเชื่อและให้ราคาต้นทุนเงินให้กู้หรือดอกเบี้ยที่ถูกลง เพราะปล่อยสินเชื่อให้แล้วปลอดภัยไม่ต้องกลัวสูญ เนื่องจากผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบ ธุรกิจอุตสาหกรรมก็จะไปได้ด้วยดี

นอกจากนั้น เมื่อธุรกิจเติบโต มีระบบการเงิน การจัดการและระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานเป็นที่เชื่อถือและเป็นสากล ต่อไปก็สามารถนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (mai) เพื่อระดมทุนได้เองโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งจะได้ต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ทำให้สามารถในการแข่งขันในธุรกิจในต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย เท่ากับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถสำหรับรองรับเขตการค้าเสรี (AFTA) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่แท้จริง

ในวันนี้ “สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์” ได้ตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจอุตสาหกรรมหรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ว่ามีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดโครงการให้ “รางวัลผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมดีเด่นด้านธรรมาภิบาล” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้กำลังใจในการพัฒนาให้มีธรรมาภิบาลในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อมให้เกิดกันอย่างกว้างขวางเป็นวงกว้าง เพื่อยังประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจและสังคมของไทยในอนาคต และในวันที่ 9 มี.ค. 2556 สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ก็จะจัดมอบรางวัลแห่งปี 2556 ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ดำเนินการโดย “สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” (ISMED) ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “การทำความดี เป็นการลงทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่เคยทำให้ใครล้มละลาย” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท