
ทันสถานการณ์รอบสัปดาห์
หยุดจ่ายก๊าซไม่กระทบเอ็นจีวี
หยุดจ่ายก๊าซไม่กระทบเอ็นจีวี
นายชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท. ยืนยันว่ากรณีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่าจะไม่กระทบกับผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) และลูกค้าอุตสาหกรรมแน่นอน และได้วางแผนไว้ 2 แนวทาง คือ ใช้ก๊าซฝั่งตะวันตกที่ค้างท่ออยู่ประมาณ 350 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือเฉลี่ยใช้วันละ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุต รองรับการใช้ได้ 12 วัน และการจ่ายก๊าซจากฝั่งตะวันออกย้อนมายังด้านตะวันตก ซึ่งจะต้องขอผ่อนผันคุณภาพก๊าซชั่วคราว เนื่องจากมีค่าความร้อนเกินสูงมากกว่า 44 เมกะจูล/ลูกบาศก์เมตร สูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 3742 เมกะจูล/ลูกบาศก์เมตร แม้ปัจจุบันจะมีการเติมคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปเพื่อลดค่าความร้อนลง แต่ในช่วงที่หยุดจ่ายก๊าซพม่าจะมีปริมาณก๊าซจากฝั่งตะวันออกที่เพิ่มมากขึ้นอาจควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งอาจมีค่าความร้อนเกินบ้าง แต่ไม่ทำให้มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์
กสทฯ ยืนยันไม่คืนคลื่น 1800
น.ท.สมพงษ์ โพธิ์เกษม กรรมการบริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทฯ ยืนยันสิทธิที่จะบริหารคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ต่อไป หลังสัมปทานของ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) และทรูมูฟ สิ้นสุดเดือน ก.ย. 2556 โดยจะยื่นหนังสือถึง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อขอความสนับสนุนเนื่องจากคลื่นความถี่เป็นสมบัติของประเทศ และที่ผ่านมา กสทฯ ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานบนคลื่นดังกล่าวเป็นวงเงินหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ซึ่งการขอสิทธิบริหารคลื่นต่อไปเพื่อต้องการดูแลลูกค้าทรูมูฟและดีพีซีให้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
อรุณพรทิ้งบอร์ดทีพีซี
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) เปิดเผยว่า น.ส.อรุณพร ลิ่มสกุล ได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นบอร์ดทีพีซี แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาผู้จัดการใหญ่ทีพีซีต่อจนกว่ากระบวนการสรรหาจะแล้วเสร็จ โดยสาเหตุการลาออกเพราะติดภารกิจงานหลายแห่ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าเตรียมเรียกผู้สมัครเปิดวิสัยทัศน์การทำงาน พร้อมตั้งคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าตอบแทนตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ควบคู่กับการสรรหา เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินงานอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นอัตราค่าตอบแทนเป็นไปตามนโยบายรัฐวิสาหกิจประมาณ 24 แสนบาทต่อเดือน
เกษตรเจาะตลาดโอมาน
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การหารือกับนายพรชัย ด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน และนายฮาซซาน ดับดุลลา ฟากรู รมว.อุตสาหกรรมและการค้าแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน พบว่าทั้งสองประเทศมีแนวโน้มนำเข้าสินค้าเกษตรไทยมากขึ้น โดยบาห์เรนแสดงความสนใจสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะเนื้อวัว ไก่ และประมง รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรกับประเทศไทยในสาขาต่างๆ และเชิญชวนให้ไทยและบาห์เรนได้มีการลงทุนร่วมกันในรูปแบบของบริษัทร่วมทุนที่จะตั้งร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้การค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยจะได้ประโยชน์อย่างมากในการกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรผ่านประเทศบาห์เรน ซึ่งสามารถเป็นประตูและฐานการค้าและการลงทุนที่สำคัญของไทยสู่กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับหรือจีซีซี โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียได้ ขณะนี้ทางโอมานได้เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อเนื้อไก่จากไทยไปยังประเทศโอมานเพิ่มขึ้น และขอความร่วมมือให้กระทรวงร่วมจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยในรัฐสุลต่านโอมานในปี 2556







