
UMI-PYLONลั่นกำไรมีโอกาสโตไม่หยุด
สหโมเสค ควง ไพลอน ลั่นปี 2556 กำไรดีต่อเนื่อง หลังแจกปันผลทั้งหุ้นและเงินสด
สหโมเสค ควง ไพลอน ลั่นปี 2556 กำไรดีต่อเนื่อง หลังแจกปันผลทั้งหุ้นและเงินสด
นางปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปี 2555 บริษัทมีกำไรสุทธิ 39.6 ล้านบาท โตขึ้น 67% จากไตรมาส 4 ปี 2554 และรวมทั้งปี 2555 มีกำไรสุทธิ 170.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ไตรมาส 4 มีรายได้รวม 710 ล้านบาท เติบโต 19% และรวมทั้งปี 2,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%
คณะกรรมการมีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นหุ้น 4 ต่อ 3 เท่ากับ 0.75 บาทต่อหุ้น และเงินสดปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมเป็น 0.87 บาทต่อหุ้น ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท
ทั้งนี้ ในส่วนของแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2556 ทางบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งมั่นเป็นผู้นำนวัตกรรมการผลิตกระเบื้องกึ่ง 3 มิติ อย่างเต็มตัว โดยจะมีการพัฒนาทั้งในส่วนของลวดลายที่จะมีความสมจริงและขนาดที่จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังจะเป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกรายแรกที่ผลิตกระเบื้องบุผนังด้วยระบบ Full HD อีกด้วย เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างทั่วถึง และคาดว่าจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำตลาดกระเบื้องกึ่ง 3 มิติอย่างเต็มตัวภายในปี 2556
นอกจากนี้ บริษัทรวมกับบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม (RCI) และบริษัท ที.ที. เซรามิค (TTC) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องพอร์ซเลนแบรนด์ Cergres ที่มีกำลังผลิตมากที่สุดในประเทศ จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตมากถึง 34 ล้านตารางเมตรต่อปี ทำให้กลุ่มสามารถผลิตสินค้าตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างทั่วถึง และมุ่งมั่นเติบโตร่วมกันอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น
ด้านนายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน หรือ PYLON เปิดเผยถึงแนวโน้มงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ในปีนี้จะมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐและภาคเอกชนหลายโครงการ ส่งผลให้งานในตลาดเพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่รับรู้รายได้อยู่แล้วราว 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเสาเข็มเจาะมูลค่า 630 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้ และงานก่อสร้างมูลค่า 570 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ 70% ของมูลค่างานดังกล่าวภายในปี 2556 ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้า
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลงานประมูลในโครงการที่ยื่นประมูลไปก่อนหน้านี้ มูลค่าราว 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นงานประเภทเสาเข็มเจาะ 700 ล้านบาท งานก่อสร้างอีกมูลค่า 500 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท จากปี 2555 ที่มีรายได้รวม 1,094.93 ล้านบาท
บริษัทตั้งงบลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตมูลค่าราว 60 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทยอยลงทุนภายในปี 2556 โดยซื้อเครื่องจักรไปแล้วมูลค่า 20 ล้านบาท
สำหรับผลงานปี 2555 มีกำไรสุทธิ 64.23 ล้านบาท คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล เท่ากับ 0.25 บาทต่อหุ้น และจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท
“ไตรมาส 4 บริษัทสามารถพลิกฟื้นกลับมามีกำไร จากไตรมาส 3 ขาดทุน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำและการตั้งสำรองต้นทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น” นายบดินทร์ กล่าว







