
ดึงพม่าเข้าเครือข่ายผลิต
เร่งลดต้นทุนบริการขนส่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรับเอฟดีไอ
เร่งลดต้นทุนบริการขนส่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรับเอฟดีไอ
แนะเมียนมาร์ลดต้นทุนขนส่ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเข้าเครือข่ายผลิตของภูมิภาค
นายโทชิฮิโร คูโบ ทีมนักวิจัยอาวุโส สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวในงานสัมมนา “ความท้าทายของการปฏิรูปเศรษฐกิจในพม่า” ว่า การดึงประเทศเมียนมาร์เข้าสู่เครือข่ายการผลิตในภูมิภาค สิ่งแรกที่เมียนมาร์จำเป็นต้องทำ คือ ลดต้นทุนการให้บริการด้านการขนส่ง เพราะต้นทุนที่สูงเป็นตัวกีดกันเมียนมาร์ออกจากการเชื่อมโยงในระบบเครือข่ายการผลิต
เมียนมาร์ต้องลดต้นทุนดังกล่าวเพื่อดึงดูดให้บริษัทต่างๆ เข้าไปตั้งฐานการผลิต ขณะเดียวกันต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้เมื่อการให้บริการมีต้นทุนต่ำลง จะช่วยทำให้การขยายเครือข่ายการผลิตในสปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
ขณะเดียวกัน เมียนมาร์ต้องดึงการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยบวก เช่น ขนาดประชากร การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยทำให้นักลงทุนสนใจเข้าไปขยายธุรกิจในเมียนมาร์มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ นักลงทุนจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) ต้องการความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการผลิต และไม่ควรมีกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่การลงทุนจากประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไทย ส่วนใหญ่ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และต้นทุนการผลิตที่ถูก
ทั้งนี้ การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับนักลงทุนมีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเมียนมาร์ควรจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ของไทย เพื่อทำหน้าที่ดูแลนักลงทุน
“การลงทุนอุตสาหกรรมการผลิต เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ในเมียนมาร์ คงต้องมองในระยะกลางและระยะยาว เพราะต้องรอให้มีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าก่อน แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมสนับสนุนที่ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานมาก สามารถเข้าไปลงทุนได้เลย เช่น ธุรกิจบริการโลจิสติกส์ บริษัทให้คำปรึกษา ธุรกิจการเงิน หรือไอที” นายคูโบ กล่าว
นอกจากนี้ การวางนโยบาย เช่น การเสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ การเปิดเสรีทางการค้า การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาแรงงานฝีมือ จะต้องดำเนินการเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการลงทุนดังกล่าวด้วย







