
ตะวันออกผงาด
โลกกำลังพลิกขั้วมาสู่ตะวันออกแทนที่ตะวันตก ซึ่งไม่เพียงแต่ภูมิภาคเอเชีย แต่ยังรวมถึงตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่มีบทบาทนำในกระแสบูรพาภิวัตน์
โลกกำลังพลิกขั้วมาสู่ตะวันออกแทนที่ตะวันตก ซึ่งไม่เพียงแต่ภูมิภาคเอเชีย แต่ยังรวมถึงตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่มีบทบาทนำในกระแสบูรพาภิวัตน์
ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุถึงกระแสบูรพาภิวัตน์ในงานสัมมนาของมหาวิทยาลัยมหิดล ว่า นับจากนี้ไป มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วนจะมีความสำคัญมากขึ้น
เมื่อกางแผนที่โลก หนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คือ อ่าวเปอร์เซีย แหล่งรวมน้ำมันขนาดใหญ่สุดในโลก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอินเดียมากนัก
สิ่งนี้หนุนส่งให้ “อิหร่าน” มีบทบาทสำคัญต่อโลกมากขึ้น เพราะมีภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น โดยอยู่ตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย ที่มีน้ำมันมากสุดในโลก และอยู่ใต้ทะเลแคสเปียน ซึ่งมีก๊าซธรรมชาติมากสุดในโลก อิหร่านจึงมีสิทธิที่จะตีตั๋วไปกับรถไฟสายบูรพาภิวัตน์ด้วย
อีกประเทศที่ไม่น่ามองข้าม คือ ตุรกี ซึ่งอยู่ชิดกับเอเชียและยุโรป เศรษฐกิจของตุรกีโต 67% มาตลอดหลายปี เทียบกับยุโรปที่อัตราการเติบโตต่ำมาก นอกจากนี้ ตุรกียังเป็นประเทศที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่าง 3 ทวีป ทั้งแอฟริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย และระยะหลังตุรกีได้หันหน้ามาทางตะวันออกมากขึ้น ทั้งค้าขายกับรัสเซีย เล่นบทเป็นคนกลางส่งก๊าซธรรมชาติระหว่างยุโรปกับรัสเซีย
ขณะที่ภูมิศาสตร์ของจีนก็เหมือนจิ๊กซอว์เชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับภูมิภาคต่างๆ ผ่านการค้าและพลังงาน เพราะจีนมีพรมแดนติดกับ 14 ประเทศ ทำให้สามารถค้าชายแดน เข้าถึงวัตถุดิบในประเทศต่างๆ และยังเชื่อมโยงกับอาเซียน ซึ่งในอนาคตสามารถเชื่อมทางรถไฟจากจีนลงถึงสุมาตราและชวาได้ด้วย เท่ากับเชื่อมกับประชากรอีก 600 ล้านคน
และเป็นเพราะจีนให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้ประเทศในเอเชียกลางมีความสำคัญ ในฐานะแหล่งวัตถุดิบ ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจีนพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากแถบเอเชียกลางเพิ่มขึ้น เพื่อลดการพึ่งพิงจากอ่าวเปอร์เซียเพียงแห่งเดียว
จีนยังเน้นโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟ ถนนหนทาง ท่อส่งน้ำมัน ท่อส่งก๊าซ ไปพร้อมๆ กับที่ขายสินค้าให้ประเทศรอบข้าง
สำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เกิดขึ้นในตอนที่โลกเปลี่ยนแปลงมาก ทั้งกระแสบูรพาภิวัตน์ และการที่สหภาพยุโรปกำลังป่วยหนัก ทำให้อาเซียนยิ่งมีความสำคัญ เพราะมีทั้งประชากร 600 ล้านคน ประกอบกับอยู่ติดอินเดียและจีน โดยอินเดียมุ่งตะวันออก และจีนมุ่งลงใต้ซึ่ง 2 ประเทศนี้ไม่สามารถรวมกับอาเซียนได้โดยไม่ผ่านไทย
แต่น่าเสียดายว่า ไทยยังไม่รู้จะทำอะไร ทั้งๆ ที่มีภูมิศาสตร์เศรษฐกิจที่ดีมาก อยู่ระหว่าง 2 มหาสมุทรที่มีความสำคัญ ทั้งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ซึ่งมีความสำคัญในยุคนี้ที่หัวใจของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่จีนและอินเดีย
อาเซียนต้องผนวกกับจีนและอินเดีย เพราะกำลังภายในไม่พอ ค้าขายกันแค่ 25% ไทยก็ควรมอง 2 ประเทศนี้ ทำตัวให้เป็นมหาอำนาจทางโลจิสติกส์ ซึ่งไม่ใช่ใครๆ ก็เป็นได้ ต้องมีภูมิศาสตร์ที่เอื้อด้วย และไทยมีจุดเด่นตรงนี้
โดยเฉพาะการที่ไทยอยู่ใกล้ช่องแคบมะละกามาก มี จ.สตูลเป็นปากทางเข้าช่องแคบมะละกา ส่วนทางออก คือ สิงคโปร์ ซึ่งช่องแคบมะละกาถือเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ที่สำคัญมากในขณะนี้ โดยมีการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกามากกว่าคลองปานามาและคลองสุเอซที่เคยเป็นพระเอกถึง 2 เท่าครึ่ง ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ที่สำคัญ ช่องแคบมะละกาเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ทั้ง 3 บิ๊กเอเชียจึงอยากได้เส้นเลือดอีกเส้น เผื่อในกรณีที่ช่องแคบมะละกาอุดตัน ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจของ 3 ประเทศนี้ และอาเซียนชะงัก







