
เครื่องใช้ไฟฟ้าฉวยวิกฤตพลังงานโหมจุดขายประหยัดไฟ...ปั้มยอด
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
วิกฤตการณ์ขาดแคลนไฟฟ้าชั่วคราวช่วงเดือน เม.ย.นี้ ของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด บวกสภาพอากาศที่ร้อนมาก ร้อนนาน ยิ่งทำให้ไฮซีซันนี้ตลาดเครื่องปรับอากาศ ต่างโหนกระแสชูการประหยัดไฟ สร้างภาพลักษณ์และดันยอดขายในศึกหน้าร้อนนี้
อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนพลังงานหรือไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเดือน เม.ย.นี้ และจากนี้ไปมีแนวโน้มค่าไฟจะปรับเพิ่มขึ้น การตัดสินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าของผู้บริโภคจึงเริ่มเปลี่ยนไป โดยหันมาซื้อสินค้าที่ประหยัดไฟมากขึ้น จากเดิมจะคำนึงถึงราคา ดีไซน์ และการใช้งาน
การทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทจะเน้นสินค้าที่มีฟังก์ชันประหยัดพลังงาน คือ ระบบอินเวอร์เตอร์ช่วยประหยัดไฟ 60% ทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ซึ่งบริษัททำตลาดมาร่วม 3 ปี แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าที่ควร เพราะเป็นสินค้าที่มีราคาแพง หรือเรียกได้ว่าเป็นสินค้าพรีเมียม
อย่างไรก็ตาม พบว่าแนวโน้มราคาเครื่องไฟฟ้าประหยัดพลังงานจะเริ่มถูกลง โดยปัจจุบันราคาสูงกว่าสินค้าปกติ 20% และคาดว่าในช่วง 2 ปีนี้ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าสินค้าที่มากกว่าติดฉลากเบอร์ 5 ส่วนราคาเครื่องปรับอากาศปีนี้ คาดว่าทุกค่ายจะปรับเพิ่ม 5%จากราคาวัสดุและค่าแรงปรับขึ้น“แผนตลาดเครื่องปรับอากาศปีนี้ บริษัทจะเน้นแอลจี อาร์ทคูล อินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การประหยัดพลังงาน และคาดว่าปีนี้ ผู้ประกอบการจะนำระบบดังกล่าวเป็นสินค้าไฮไลต์อีกปีหนึ่ง และ
“จากสภาพอากาศที่ร้อนเร็วและนานปีนี้ ตลาดเครื่องปรับอากาศโต 15% จากมูลค่าตลาด 1.6 หมื่นล้านบาท แอลจีตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 2.2 แสนเครื่อง” อลงกรณ์ กล่าว
ด้าน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าโตชิบา เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนปีนี้ ทุกค่ายจะโฟกัสไปที่การทำตลาดเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลม เพราะเป็นช่วงไฮซีซัน โดยการแข่งขันจะเน้นจุดขายการประหยัดพลังงาน การมีนวัตกรรม และความทนทาน
ทั้งนี้ พฤติกรรมการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มประหยัดพลังงาน หรือระบบอินเวอร์เตอร์ คนไทยจะไม่ซื้อเพราะมองว่าราคาสูง สะท้อนให้เห็นว่าขาดความรู้ และเชื่อว่ามีผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เข้าใจสินค้าที่ติดฉลากเบอร์ 5 แต่จากแนวโน้มค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้คนเริ่มมองหาสินค้าที่ประหยัดพลังงานหรือยอมจ่ายแพงขึ้น
สำหรับสินค้าของโตชิบาในกลุ่มประหยัดพลังงาน ขณะนี้มีเพียงเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าที่เป็นระบบอินเวอร์เตอร์ โดยปีนี้บริษัทจะสื่อสารเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวไปยังผู้บริโภคมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากสินค้ามีราคาสูงกว่า 10-20% เมื่อเทียบกับสินค้าปกติ แต่ในอนาคตคาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานจะเป็นตลาดใหญ่มากขึ้น โดยหน้าร้อนปีนี้ จะใช้งบทำตลาด 100 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวคาราวานตู้เย็นทวิสต์ 4 เส้นทางทั่วประเทศ (24 จังหวัด) ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-9 เม.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น
ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันตลาดตู้เย็นในช่วงหน้าร้อน มีความรุนแรงทุกปี โดยเฉพาะการเปิดตัวสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการแข่งขันราคา ทั้งนี้คาดว่าตลาดตู้เย็นช่วงหน้าร้อนนี้เติบโต 10% หรือมีมูลค่ากว่า 1 แสนเครื่อง บริษัทตั้งเป้ายอดขายเฉพาะตู้เย็นทวิสต์เติบโต 20%
สมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้จัดการธุรกิจเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า กระแสพลังงานขาดแคลน และแนวโน้มค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยปีนี้คาดว่า กลุ่มเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์จะขยายตัวเพิ่มจาก 15% เป็น 20% ของตลาดรวม ปัจจุบัน ซัมซุงมีสินค้ากลุ่มประหยัดพลังงานระบบอินเวอร์เตอร์ในเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า
นพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายพัดลมไอน้ำมาสเตอร์คูล เปิดเผยว่า วิกฤตขาดแคลนพลังงานที่จะเกิดขึ้น ทำให้บริษัทรุกทำตลาดพัดลมไอน้ำ โดยตอกย้ำภายใต้แนวคิด “ทางเลือกใหม่ของความเย็นโดยไม่ต้องติดแอร์” ชูจุดขายประหยัดไฟ 10 เท่าตัว และเป็นสินค้าที่มีราคาถูกกว่าเครื่องปรับอากาศ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการประหยัด และมองหาสินค้าทดแทนเครื่องปรับอากาศ บริษัทคาดว่ายอดขาย 3 เดือน จะอยู่ที่ 250 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60% จากยอดขายรวม ขณะที่ตลาดพัดลมไอน้ำคาดว่าจะมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 500 ล้านบาท
ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ นักการตลาดและวางกลยุทธ์ กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้ ผู้ประกอบการจะมุ่งไปที่การทำซีเอสอาร์ ควบคู่กับการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย เน้นสื่อสารถึงความเป็นแบรนด์ประหยัดพลังงาน นอกเหนือจากการแข่งขันด้านนวัตกรรม ดีไซน์ และราคา เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบสังคม สนองนโยบายภาครัฐ และช่วยสร้างภาพลักษณ์กับแบรนด์และองค์กร
สำหรับปัจจัยการตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศ ผู้บริโภคระดับล่าง จะเลือกซื้อสินค้าที่มีจุดขายประหยัดไฟ เพราะมีกำลังซื้อน้อย ส่วนระดับกลางบน เลือกจากนวัตกรรม การใช้งาน และดีไซน์
ที่สำคัญจากวิกฤตพลังงานขาดแคลนแนวโน้มค่าไฟที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาสินค้าที่เป็นทางเลือกใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น







