posttoday
เอราวัณกรุ๊ปเล็งสยายปีกอาเซียน

เอราวัณกรุ๊ปเล็งสยายปีกอาเซียน

28 กุมภาพันธ์ 2556

มองพม่าอินโดฯปีนี้ทุ่ม 2 พันล้านปรับปรุงรร.ในไทย

มองพม่าอินโดฯปีนี้ทุ่ม 2 พันล้านปรับปรุงรร.ในไทย

เครือเอราวัณรุกเปิดโรงแรมไอบิส เอาใจตลาดอาเซียนชอบประหยัด เร่งสรุปแผนลงทุนกลางปีนี้ ชี้สนใจพม่าอินโดนีเซียที่สุด

นางกมลวรรณ วิปุลากร บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างทำแผนขยายการลงทุนประเทศแถบอาเซียน เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวอาเซียนมากขึ้น โดยคาดว่าจะสรุปแผนได้ชัดเจนกลางปีนี้ว่าจะไปลงทุนที่ประเทศใด ทั้งนี้หากเข้าไปลงทุนจะเน้นลงทุนโรงแรมที่รองรับตลาดระดับกลางถึงล่าง มากกว่าการลงทุนโรงแรมระดับบน โดยอาจไม่ได้ลงทุนเองทั้งหมด แต่จะร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อลดความเสี่ยง

ทั้งนี้ จากการประเมินตลาดในอาเซียน มองว่าประเทศที่น่าสนใจมากที่สุดในอาเซียนมี 2 ประเทศ คือ พม่าที่เพิ่งเปิดประเทศ กำลังได้รับความสนใจจากนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว จำนวนที่พักยังมีไม่มาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลพม่ากำลังเปิดรับนักลงทุนต่างชาติ แต่ยังมีเรื่องข้อกฎหมายที่ต้องศึกษาอย่างระมัดระวัง และอินโดนีเซีย ซึ่งมีจุดเด่นที่ไม่มีปัญหาการเมือง จึงดึงดูดนักลงทุนให้สนใจอยากเข้าไปลงทุนทำธุรกิจ ทำให้มีความต้องการที่พักสูง

สำหรับปีนี้ได้เตรียมงบลงทุนไว้ 2,000 ล้านบาท จากงบลงทุนรวมในแผน 5 ปี (2554-2558) ที่เตรียมไว้ทั้งหมด 8.5 หมื่นล้านบาท โดยงบลงทุนปีนี้จะใช้ลงทุนโรงแรมในพัทยา 2 แห่ง 800 ล้านบาท คือ ขยายโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่องจากปีก่อน และก่อสร้างโรงแรมเมอร์เคียว พัทยา โดยทั้ง สองแห่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไตรมาส 4 ปี 2557 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีโรงแรมในพัทยาทั้งหมด 4 แห่ง ห้องพักกว่า 1,000 ห้อง รองรับลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ชั้นประหยัดจนระดับบน

สำหรับงบอีก 150 ล้านบาท จะใช้ปรับปรุงประจำปีกับโรงแรมทั้งหมดที่มีอยู่ 16 แห่ง โดยเฉพาะโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ที่จะปรับปรุงห้องพักครั้งใหญ่ต่อเนื่องจากปีก่อนเพื่อให้ทันสมัยขึ้น สำหรับงบที่เหลือเตรียมไว้ขยายการลงทุนหากมีพื้นที่ที่น่าสนใจ โดยในประเทศจะเน้นขยายโรงแรมไอบิส ซึ่งเป็นโรงแรมราคาประหยัดเป็นหลัก เพื่อรองรับตลาดเอเชียและรัสเซียที่ขยายตัวสูง ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ามีจุดแข็งด้านสถานที่ตั้งของที่พักรวมทั้งเครือข่าย จึงไม่กังวลกับการแข่งขันในตลาดโรงแรมราคาประหยัด ที่มีผู้ประกอบการโรงแรมรายอื่นๆ สนใจลงมาแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้น

“สาเหตุที่เน้นขยายโรงแรมระดับกลางถึงล่าง มากกว่าโรงแรมระดับบน เพราะบริษัททำธุรกิจโรงแรมครอบคลุมทุกระดับ มีฐานข้อมูลว่า กลุ่มโรงแรมราคาประหยัด เป็นระดับที่มีความต้องการของผู้ใช้บริการมากกว่า ปริมาณห้องพักที่มีอยู่ในตลาดมาก จึงมีโอกาสขยายตัวสูง” นางกมลวรรณ กล่าว

สำหรับปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2555 ที่มีรายได้รวม 4,364 ล้านบาท อัตราเข้าพักโรงแรมทั้งเครือตลอดปีเฉลี่ยที่ 80% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 75% โดยไตรมาสแรกนี้ คาดว่าจะมีอัตราเข้าพัก 80% ซึ่ง 2 เดือนแรก อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 85% แล้วส่วนราคาห้องพักโดยรวมปีนี้เฉลี่ยจะปรับขึ้น 45%โดยโรงแรมแต่ละระดับจะปรับราคาต่างกัน เช่น โรงแรม 5 ดาว ปรับ 45% โรงแรมเดอะ นาคา ไอแลนด์ เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต ระดับ 6 ดาว อาจปรับขึ้นราคามากกว่าค่าเฉลี่ย หลังจากปีที่ผ่านมานำเสนอราคาพิเศษรองรับการเปิดตัวโรงแรม ส่วนโรงแรมระดับ 4 ดาว เจาะตลาดระดับกลาง แบรนด์เมอร์เคียว จะปรับราคา 810% และโรงแรมราคาประหยัด ไอบิส จะปรับ 45%

สำหรับภาพรวมโรงแรมไทยปีนี้คงไม่ต้องแข่งกันลดราคาเพื่อดึงลูกค้าแล้ว แต่จะสามารถทยอยปรับขึ้นราคาได้ เพื่อให้สะท้อนกับคุณภาพบริการมากขึ้น เพราะปัจจุบันราคาโรงแรมในไทยต่ำมากเมื่อเทียบกับโรงแรมทั่วโลก แต่ยอมรับว่าหากเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว(โลว์ซีซั่น) โรงแรมอาจแข่งขันด้านราคากันสูงบ้าง เพื่อดึงลูกค้าเข้าพัก

ทั้งนี้บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป ได้แจ้งผลประกอบการปี 2555 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) วันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ทั้งปี 2555 ดิเอราวัณ กรุ๊ป มีรายได้รวม 4,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2554 ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากธุรกิจโรงแรม 4,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 106 ล้านบาท ลดลง 78% เนื่องจาก ปี 2554 มีรายการพิเศษขายทรัพย์สินเข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แต่หากดูเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ ปี 2555 จะดีกว่าเมื่อเทียบกับปี 2554

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท