
ผนึกเพื่อนบ้านสกัดโรคติดต่อชายแดน
ไทยร่วมเพื่อนบ้าน ป้องกันโรคติดต่อข้ามแดน รับรวมตัวอาเซียน
ไทยร่วมเพื่อนบ้าน ป้องกันโรคติดต่อข้ามแดน รับรวมตัวอาเซียน
นางวราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์เมื่อเกิดประชาคมอาเซียน ไทยในฐานะที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ทำให้มีแนวโน้มการเคลื่อนย้ายประชากร ทั้งนักท่องเที่ยว แรงงานต่างด้าว และผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
ทางกรมฯ จึงได้เร่งมอบหมายให้หน่วยงานในทุกจังหวัด ทำงานบูรณาการกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการป้องกันโรคติดต่อร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคติดต่อระบาดหนักขึ้น รวมถึงอาจช่วยบรรเทาสถานการณ์โรคติดต่อให้ดีขึ้น
สำหรับโรคที่อาจแพร่ระบาดข้ามพรมแดน ได้แก่ 1.โรคติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง เช่น วัณโรค โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2.โรคติดต่อนำโดยแมลง เช่น โรคมาลาเรีย โรคเท้าช้าง 3.โรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคโปลิโอ โรคคอตีบ โรคหัด และ 4.โรคติดต่ออุบัติใหม่และโรคที่สำคัญอื่นๆ เช่น โรคไข้หวัดนก โรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง และโรคเรื้อน เป็นต้น
ด้านนางดาริกา กิ่งเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ชายแดนไทย 31 จังหวัด เตรียมรับมือต่อสถานการณ์ ทั้งการประชุมร่วมกัน การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านการรักษา การส่งต่อผู้ป่วยระหว่างชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดคู่ขนานไทยและเพื่อนบ้าน เช่น พื้นที่ไทยลาว เชียงรายบ่อแก้ว, น่านไชยะบุรี, มุกดาหารสะหวันนะเขต, หนองคายเวียงจันทน์, อุบลราชธานีจำปาสัก พื้นที่ไทยกัมพูชา สระแก้วบันเตียมินเจย, จันทบุรีพระตะบองและไพลิน, ตราดเกาะกง พื้นที่ไทยเมียนมาร์ เชียงรายท่าขี้เหล็ก, ตากเมียวดี, ระนองเกาะสอง พื้นที่ไทยมาเลเชีย จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ปัจจุบันในแต่ละพื้นที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างโรคติดต่อจำนวน 1218 โรค โดยในหลายพื้นที่ เช่น จ.มุกดาหารสะหวันนะเขต มีการแลกเปลี่ยนเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้เตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดได้ทัน
การเตรียมการป้องกันยังต้องจับตาพื้นที่ชายแดนกัมพูชาและชายแดนพม่าเป็นพิเศษ เพราะทั้งสองพื้นที่ยังแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันยาก จากข้อจำกัดทางภาษา อีกทั้งพม่ายังเพิ่งเปิดประเทศ จึงยังขาดความพร้อมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก
นางดาริกา กล่าวอีกว่า กลุ่มแรงงานต่างด้าวถือเป็นอีกกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว อาจมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาหางานในไทยเพิ่มขึ้นซึ่งกลุ่มดังกล่าวจะหาตัวมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ยาก ขณะที่กลุ่มที่ขึ้นทะเบียนยังพอฉีดวัคซีนป้องกันตามระบบได้







