
สิงคโปร์ลุยปล่อยกู้รายย่อย
8หมื่นล้านหวังช่วยแบ่งเบาภาระค่าแรงแถมสมทบเงินค่าจ้างช่วยอีก 40%
8หมื่นล้านหวังช่วยแบ่งเบาภาระค่าแรงแถมสมทบเงินค่าจ้างช่วยอีก 40%
สิงคโปร์ดันแผนปล่อยสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอี 8.46 หมื่นล้านบาท หวังช่วยลดผลกระทบค่าแรงพุ่งสูง
ธามาน ชันมูการัตนัม รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อผ่านร่างงบประมาณปี 2556 เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ในงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลได้บรรจุแผนการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนต่อกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยแผนการมีชื่อว่า “แผนเปลี่ยนผ่านระยะ 3 ปี” ซึ่งหนึ่งในมาตรการดังกล่าวจะประกอบไปด้วยแผนการมอบสินเชื่อสำหรับค่าจ้างพนักงาน 3,600 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 8.46 หมื่นล้านบาท)
รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ กล่าวต่อว่า ถึง แม้แผนการดังกล่าวจะเป็นการมอบสินเชื่อ แต่ทางรัฐบาลก็จะให้ความช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศเพิ่มเติม ด้วยการช่วยจ่ายค่าจ้างร่วมกับนายจ้างถึง 40% ของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นมา ปัจจุบันชาวสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยที่ 4,000 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 9.6 หมื่นบาท) ต่อเดือน
นอกจากนี้ หากมีผู้ประกอบการธุรกิจที่ลงทุนตามเงื่อนไขของโครงการเงินกู้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภาพและนวัตกรรม โดยมีการลงทุนขั้นต่ำ 5,000 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 1.2 แสนบาท) ต่อปีขึ้นไป ทางรัฐบาลก็จะให้เงินพิเศษอีกด้วย ซึ่งจำนวนสูงสุดที่รัฐตั้งเป้าไว้คือที่ 1.5 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ (ราว 3.6 แสนบาท) ตลอดระยะเวลา 3 ปี
สำหรับมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ การคืนภาษีรายได้ของบริษัท 30% สำหรับบริษัทที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ (ราว 7.2 แสนบาท) ต่อปี เพื่อลดผลกระทบจากภาวะต้นทุนค่าแรงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่หอการค้านานาชาติสิงคโปร์ (เอสไอซีซี) กล่าวชื่นชมรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเอสเอ็มอีในปี 2556 ว่า จะนำไปสู่การยกระดับความสามารถของเอสเอ็มอีให้สูงขึ้นในอนาคต
ด้านความเคลื่อนไหวการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีในมาเลเซีย ล่าสุด ลิมกวนเอียง ประธานรัฐมนตรีประจำรัฐปีนัง ได้กล่าวว่า หนึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่จะยกระดับเมืองดังกล่าวไปสู่เมืองที่มีรายได้สูงภายใน 10 ปีนั้น จะประกอบไปด้วยการกระจายอำนาจของหน่วยงานรัฐเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกต่อหน่วยงานท้องถิ่น และความร่วมมือกับบรรษัทต่างประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การยกระดับความสามารถของเอสเอ็มอีในประเทศ
นอกจากนี้ ประธานรัฐมนตรีประจำรัฐปีนัง กล่าวด้วยว่า จะมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่ออุดช่องว่างปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ และคาดว่าจะปูทางสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมของคนในท้องถิ่นให้สูงขึ้นอีกด้วย







