posttoday
นักคิด นาม ‘เทียนวรรณ’

นักคิด นาม ‘เทียนวรรณ’

27 กุมภาพันธ์ 2556

มีนักคิดนักเขียนมากมายในอดีตหลายท่านที่มีผลงานและแนวความคิดที่ยังคงเป็นประโยชน์ต่อยุคปัจจุบัน หนึ่งในนักเขียนที่ต้องการกล่าวไว้ในวันนี้ คือ “เทียนวรรณ”

มีนักคิดนักเขียนมากมายในอดีตหลายท่านที่มีผลงานและแนวความคิดที่ยังคงเป็นประโยชน์ต่อยุคปัจจุบัน หนึ่งในนักเขียนที่ต้องการกล่าวไว้ในวันนี้ คือ “เทียนวรรณ”

เทียนวรรณ (พ.ศ. 2385-2458) หรือ ต.ว.ส. วัณณาโภ ท่านคือปัญญาชนคนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้เรียกร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และการปฏิรูปทางด้านสังคม

เทียนวรรณ มีนามเดิมว่า “เทียน” นามสกุล “วัณณาโภ” ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2385 ในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ ต.บางขุนเทียน จ.พระนคร

เทียนวรรณเป็นผู้ใฝ่รู้ ท่านได้ศึกษาหาความรู้ด้านกฎหมายด้วยตนเองอย่างจริงจังและทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมาย และทำงานเป็นทนายความแบบนักอุดมคติ คือ ทำงานเพื่อช่วยให้คนจนได้รับความยุติธรรม โดยครั้งหนึ่งเคยเขียนฎีกาให้กับราษฎรผู้หนึ่งและถูกตัดสินว่าหมิ่นตราพระราชสีห์ ซึ่งเท่ากับหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นประมาทเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตร ทำให้ต้องรับโทษโดยถูกเฆี่ยนมากถึง 50 ที และถูกจำคุกโดยไม่มีกำหนด หรือที่เรียกว่า “ขังลืม”

ในช่วง 2 ปีแรก เทียนวรรณถูกจับขังแบบใส่ขื่อที่คอ มือ และเท้า แต่ด้วยความที่มีจิตใจเข้มแข็งและชอบแสดงออกทางความคิด จึงได้เขียนหนังสือตลอดเวลาที่อยู่ในคุก มีอยู่ครั้งหนึ่งได้รายงานความทารุณโหดร้ายที่นักโทษคุกต้องประสบให้กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมรับทราบ ส่งผลให้ต่อมาได้มีคำสั่งให้ปลดโซ่ที่คอออกจากนักโทษทุกคน

เทียนวรรณได้รับโทษจำคุกอยู่เกือบ 17 ปี จึงได้พ้นโทษ ในขณะพ้นโทษมีอายุ 58 ปี

หลังจากที่พ้นโทษแล้ว เทียนวรรณได้เปิดสำนักงานทนายความและได้จัดทำหนังสือพิมพ์รายเดือนชื่อ “ตุลวิภาคพจนกิจ” โดยการนำเสนอข่าวต่างๆ ในหนังสือพิมพ์ของท่านนั้น จะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะอย่างแท้จริง

ผลงานต่างๆ ของเทียนวรรณ มีข้อเสนอหลายข้อที่แสดงให้เห็นว่ามีความคิดก้าวไกล รุดหน้ากว่าผู้คนหลายคนในสมัยนั้น เช่น การเลิกทาส การยกเลิกการพนันบ่อนเบี้ย การเรียกร้องให้ยกเลิกระบบครอบครัวที่ชายมีภรรยาหลายคน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้เกิดการทุจริตได้ เพราะต้องนำเงินมาเลี้ยงดูภรรยาทั้งหลายเหล่านั้น การเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย การแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระบบราชการโดยการโยกย้ายหรือเปลี่ยนตำแหน่งทุกๆ 4 ปี เพื่อป้องกันการสร้างอิทธิพลในพื้นที่ของบรรดาข้าราชการ

นอกจากนั้น ยังได้แสดงออกถึงแนวความคิดที่ว่า ประชาชนมีความสำคัญต่อประเทศชาติ เปรียบเสมือนเลือดที่เป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ดังนั้นประชาชนจึงควรได้รับการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และรัฐบาลควรให้ความสำคัญต่อผู้หญิงในด้านการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ชาย

บทความเรื่อง “โรคของแผ่นดิน” ของเทียนวรรณ ซึ่งหมายถึงการกระทำทุจริตในระบบราชการ และการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบของข้าราชการ นับว่ายังคงมีความทันสมัยและสามารถใช้ได้กับทุกยุค รวมถึงในปัจจุบัน

ประชาชนรุ่นหลังควรนำวิถีการดำเนินชีวิตและวิธีคิดของเทียนวรรณมาเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านต่างๆ อาทิ การใช้หลักเหตุและผล อย่าให้ผู้ใดครอบงำความคิด เพราะเมื่อใดที่ยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดชักจูงความคิดไปตามอำเภอใจ เท่ากับว่าสูญเสียอิสรภาพทางความความคิดโดยสิ้นเชิง นักการเมืองบางคนปัจจุบันแม้จะเกิดในยุคสมัยใหม่ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับไม่มีจุดยืนเป็นของตนเองในทางความคิด นักการเมืองเหล่านี้หากได้มีโอกาสอ่านหนังสือของเทียนวรรณและนำข้อคิดต่างๆ มาปรับใช้ ประเทศชาติคงจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท