
เก็งกำไรหุ้นCK
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
ราคาหุ้นบริษัทช.การช่าง(CK )ได้พุ่งขึ้นแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาถึง179% แต่ผลการดำเนินงานงวดล่าสุดไตรมาส4ปี2555กลับออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดกันมาก วงจรการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคจะผลักดันให้หุ้นนี้ไปต่อได้หรือไม่ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ถกเถียงกันอย่างหนักและแนวโน้มคำแนะนำจึงได้แค่ถือหรือไม่ก็เก็งกำไรเท่านั้น
CKรายงานกำไรปกติที่อ่อนแออีกไตรมาสที่ 4 ปี2555 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดอย่างมาก หากรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาทและกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น และบริษัท เชียงราย โซล่าร์ ให้บริษัทซีเคเพาเวอร์( CKP )บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิ 254 ล้านบาทในไตรมาส4ปี2555
รายได้ของ CK เติบโตราว 151%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 28%จากไตรมาส3ปี2555 ซึ่งน่าจะมีสาเหตุจากรายได้ที่มากขึ้นจากมูลค่า งานในมือที่มีอยู่จำนวนมากของบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ถูกถ่วงด้วยค่าใช้จ่ายการบริหารและการขาย( SG&A )และดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ระดับเพียง 0.1% เท่านั้น
ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิของ CK ยังคงอยู่ในระดับสูงมากที่ 2.6 เท่า ในไตรมาส 4
แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ธนชาตไม่กังวลมากนักต่ออัตราส่วนที่สูงนี้ เนื่องจาก CK มีแผนที่จะใช้เงินจากการขายหุ้นบางส่วนใน TTW และเงินจากการจดทะเบียนเข้าซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ของ CKP(ถือหุ้นอยู่ 38%) สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน และลดอัตราส่วนนี้ของบริษัท
ปัจจัยผลักดันราคาหุ้นในระยะสั้นมาจากการเข้าจดทะเบียนซื้อขายของ CKP แต่อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างมาก และกำไรที่ออกมาน่าผิดหวัง เป็นสาเหตุให้บล.แห่งนี้จะทำการทบทวนคำแนะนำ จากเดิมที่แนะนำ ซื้อ
นักวิเคราะห์บล.เอเชีย พลัส เชื่อว่าราคาหุ้นนี้สะท้อนปัจจัยบวกไปหมดแล้วจึงลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือ โดยการเปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีในบริษัทน้ำประปาไทย(TTW)เป็นราคาตลาดเพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางบัญชีให้CK ประมาณ6,800 ล้านบาทและทำให้มูลค่าที่เหมาะสมเฉพาะส่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ประเมินโดยอิงราคาต่อมูลค่าบัญชี 2 เท่าเพิ่มขึ้นจาก12.1บาทเป็น 18.2บาทส่งผลให้มูลค่าที่เหมาะสมของCKเพิ่มขึ้นจาก 17.54บาทมาอยู่ที่23.68 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นCKปรับขึ้นมามากแล้ว จากกระแสเชิงบวกที่มีต่ออุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง
นักวิเคราะห์บล.กรุงศรีคงคำแนะนำเก็งกำไรจากปัจจับบวกเฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่ากลุ่ม เพราะCKเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมในการประมูลงานภาครัฐโดยเฉพาะจากจุดเด่นในด้านประสบการณ์งานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่หลากหลายกว่าคู่แข่งแม้ว่าที่ผ่านมาCKถือว่าน่าผิดหวังในการเข้าร่วมประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำซึ่งบริษัทผ่านเข้ารอลบเพียง 2 โมดุลจากทั้งหมด 10 โมดุล แต่ยังคงเป็นรายใหญ่ที่มีศักยภาพสูงในการประมูลงานภาครัฐอื่นทั้งเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายบีทีเอส(หมอชิตสะพานใหม่คูคต)สายสีชมพู(แคลายมีนบุรี)และสายสีส้ม(ตลิ่งชันมีนบุรี)และรถไฟความเร็วสูง
“เราเพิ่มมูลค่าหุ้นพื้นฐานCKเป็น32บาท(จากเดิม17.60บาท)อิงราคาต่อมูลค่าบัญชีที่คาดหวัง5.8เท่าหรือเทียบเท่าสัดส่วนราคาต่อกำไร(พีอี)ปี 2556ที่ 22 เท่าตามการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการซึ่งส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นแข็งแกร่งขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการหากหุ้นใหม่ของซีเคเพาเวอร์ประสบความสำเร็จปีนี้ แต่ราคาหุ้นCKปัจจุบันซื้อขายในระดับราคาต่อมูลค่าบัญชีที่สูงและอัตราการก่อหนี้ของบริษัทยังสูงกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นจึงแนะนำเพียงเก็งกำไร”
ขณะที่นักวิเคราะห์บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)เชื่อว่าปัจจัยในครึ่งแรกปีนี้ยังหนุนหุ้นCKคือ ประการแรก โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคอยู่ในช่วงวงจรขาขึ้นอย่างโดดเด่นประการที่สองงานในมือสูงถึง1.5แสนล้านบาทรองรับรายได้ถึง 7 ปี ประการที่สาม บริษัทร่วมลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหนุนCKได้งานรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงกลับมาเริ่มต้นคำแนะนำซื้อเก็งกำไรโดยให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 30 บาทบนพื้นฐานราคาต่อมูลค่าบัญชีล่วงหน้าปี 25563.1เท่าจากอดีตซื้อขายที่ 6.58 เท่าปลายปี 2546







