
IVLกำไรโตเกิน4,611ล้าน
ราคาสินค้าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วลดงบลงทุนหลังซื้อธุรกิจไนจีเรีย
ราคาสินค้าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วลดงบลงทุนหลังซื้อธุรกิจไนจีเรีย
“อาลก” ให้คำมั่นกำไร IVL ปี 2556 ดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน วงจรธุรกิจเข้าสู่ขาขึ้น กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมาที่ 4,611 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าราคาของโพลีเอสเตอร์ (PET) น่าผ่านพ้นจุดต่ำสุดเมื่อปี 2555 แล้ว โดยพบว่าช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ราคา PET ได้ปรับเพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปีที่ผ่านมาแล้ว ส่วนราคาจะสูงอย่างต่อเนื่องตลอดปีหรือไม่ต้องคอยติดตาม
ในปี 2556 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จะมีการเติบโต 19% หรือมาอยู่ที่ 8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) จะโต 27% หรือมาอยู่ที่ 575 ล้านเหรียญสหรัฐ และในแง่ของยอดการผลิตน่าจะโต 15% มาอยู่ที่ 6 ล้านตัน เป็นผลมาจากโรงงานใหม่ในประเทศอินโดนีเซียจะเริ่มผลิตในปีนี้ รวมถึงการผลักดันให้มีการใช้กำลังการผลิตมากขึ้นเป็น 87% ของกำลังการผลิตรวมจากเดิม 84%
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลดงบลงทุนในปีนี้ลง 78% ของปีก่อนหน้า หรือมาอยู่ที่ระดับประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งงบดังกล่าวได้รวมการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในประเทศไนจีเรีย ทวีปแอฟริกา กำลังการผลิต 8.4 หมื่นตันต่อปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รวมการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการขยายกำลังการผลิตในประเทศโปแลนด์ สหรัฐ อินโดนีเซีย
นายอาลก กล่าวถึงประเด็นการเข้าซื้อกิจการของ IVL ว่า ปีที่ผ่านมาผลจากส่วนต่าง (มาร์จิน) ของโพลีเอสเตอร์อยู่ในระดับต่ำ ได้กระทบให้โรงงานผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ จำเป็นต้องปิดกิจการลงในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เกิดโอกาสในการซื้อกิจการสำหรับผู้ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2555 บริษัทมีกระแสเงินสด 471 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ากำไรจะปรับตัวลดลงก็ตาม โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีอีบิตดา 453 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงประมาณ 20% จากปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 561 ล้านเหรียญสหรัฐ
“มาร์จินของโพลีเอสเตอร์ที่ลดลงเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการทุกคนไม่ใช่แค่ IVL ซึ่งหากไม่ทำอะไรอีบิตดาของ IVL อาจปรับลดลงได้ถึง 70% แต่บริษัทได้ปรับปรุงการผลิต ลดต้นทุน และผลจากธุรกิจใหม่ที่ได้เข้าไปซื้อกิจการ ทำให้ผลพวงจากวงจรธุรกิจขาลงทำให้อีบิตดาลดลง 20% เท่านั้น” นายอาลก กล่าว
คณะกรรมการมีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 15 พ.ค. 2556
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” หุ้น IVL ให้ราคาเป้าหมาย แม้กำไรไตรมาส 4 ปี 2555 ที่ 128 ล้านบาท จะพลิกจากขาดทุน 775 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาส 3 ถึง 92% และต่ำกว่าคาด แต่แนวโน้มกำไรฟื้นตัวในไตรมาสหน้า หนุนโดยปริมาณขายและส่วนต่างราคาที่เพิ่มสูงขึ้น
“เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2556 ลง 12% เป็น 7,869 ล้านบาท และลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2556 ลดลงเป็น 28 บาท จาก 29.75 บาท” นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุ
ราคาหุ้น IVL ลดลง 0.60 บาท ปิดที่ 24.10 บาท







