
ไลฟ์ อีส กู๊ด สโลแกนพันล้าน
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
ว่ากันว่า ในโลกแห่งธุรกิจนั้น หนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จคือ การสร้าง “ความแตกต่าง” ให้กับธุรกิจของตัวเอง โดยในขณะที่บางบริษัทเลือกที่จะขาย “ความแปลกใหม่” รายอื่นๆ เลือกที่จะมุ่งเน้น “คุณภาพ” ตลอดจนเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการ เพื่อหวังดึงดูดลูกค้าและแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง
ทว่า สำหรับ เบิร์ท และ จอห์น เจค็อบ สองพี่น้องชาวอเมริกันเจ้าของบริษัท “ไลฟ์ อีส กู๊ด” (Life is Good) บริษัทจำหน่ายเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ชื่อดัง จุดขายของบริษัทไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าหรือบริการ แต่กลับอยู่ที่ 3 คำสั้นๆ ซึ่งก็คือสโลแกนของบริษัทนั่นเอง
ไม่น่าเชื่อว่า เพียง 3 คำ อย่าง “ไลฟ์ อีส กู๊ด” (ชีวิตช่างดีจริงๆ) อาณาจักรธุรกิจของสองพี่น้องเจค็อบจะเติบโตอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันมีรายได้ทะลุหลัก 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) ต่อปี มีพนักงานกว่า 250 ชีวิต และสินค้าวางจำหน่ายในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
เบิร์ทและจอห์น เล่าว่า สาเหตุที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายนั้น ก็เพราะทั้งคู่ขายสิ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่มีรูปร่าง อย่าง “การมองโลกในแง่ดี”
“สิ่งที่เราขายนั้นไม่ใช่แค่เสื้อ แก้วกาแฟ หรือกระเป๋าที่มีคำว่า ไลฟ์ อีส กู๊ด แต่คือการสนับสนุนให้คนมองโลกในแง่ดี เห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต และมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่” ซีอีโอหนุ่ม เผย
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของ “ไลฟ์ อีส กู๊ด” เกิดขึ้นเมื่อปี 1994 โดยขณะนั้น เบิร์ทและจอห์น ซึ่งเรียนจบด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัยในบอสตัน อยู่ระหว่างการตระเวนขายเสื้อยืดตามรัฐต่างๆ ในสหรัฐ
ทว่าจู่ๆ สองพี่น้องเริ่มสังเกตความเคลื่อนไหวรอบๆ ตัว โดยเฉพาะความมัวหมองของสังคมที่มาพร้อมปัญหานานัปการ เบิร์ทและจอห์นจึงตัดสินใจสร้างตัวการ์ตูนที่ชื่อว่า “เจ็ค” พร้อมกับสโลแกน “ไลฟ์ อีส กู๊ด” โดยนำมาสกรีนบนเสื้อเตรียมจำหน่ายในย่านคนเดินของเมืองบอสตัน ด้วยความหวังที่ว่า อย่างน้อยทั้งคู่ก็ได้พยายามทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ซึ่งคือการช่วยให้คนมองโลกในแง่ดีนั่นเอง
หลังเสื้อยืดทั้ง 48 ตัวขายหมดภายใน 1 ชั่วโมง ทั้งคู่จึงตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจัง โดยมีการนำสโลแกนพร้อมกับ “เจ็ค” มาสกรีนบนสินค้าชนิดๆ ต่าง ไล่เรียงตั้งแต่เสื้อยืด เสื้อกันหนาว หมวก ตลอดจนกระเป๋าและแก้วน้ำ
“เราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยตอนขายเสื้อหมด แต่ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือ ‘คน’ ที่มาซื้อสินค้าของเรา เพราะไม่น่าเชื่อว่าทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นคุณนายแต่งตัวไฮโซ ตลอดจนเด็กพังก์ผมสีม่วง ก็สนใจในเสื้อของเราทั้งสิ้น เราจึงรู้ว่าข้อความนี้มีพลังจริงๆ”
เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ทว่าสองผู้ประกอบการหนุ่มเผยว่า สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยการยึด 3 เคล็ดลับสำคัญ
1.ต้องไม่กลัวที่จะลองผิดๆ ถูกๆ เพราะท้ายที่สุด “ประสบการณ์” จะช่วยเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการ โดยเบิร์ทและจอห์นนั้นเคยก้าวผิดพลาดหลายครั้ง เพราะยังอ่อนประสบการณ์ เช่น เคยย้ายการผลิตเสื้อยืดไปยังปากีสถานจนเกือบทำให้ต้องหมดตัวมาแล้ว
“สิ่งที่เราอยากจะบอกทุกๆ คนที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจใหม่คือ ต้องไม่กลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ กว่าจะมีวันนี้ได้เราเคยลำบาก แต่ทั้งหมดก็เป็นประสบการณ์คุ้มค่า เพราะทำให้ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง”
2.การตั้งเป้าระยะยาวที่สำคัญและยิ่งใหญ่กว่าเงินทองหรือความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งเห็นได้จากมูลนิธิ “ไลฟ์ อีส กู๊ด” ที่สองพี่น้องตั้งขึ้นเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือเด็ก
และสุดท้าย 3.เลือกทำธุรกิจที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ อย่าฝืนทำอะไรที่ไม่ชอบหรือถนัด เพราะยากที่จะประสบความสำเร็จ
“อย่าลงมือทำอะไรเพียงเพราะคุณทำได้ การทำในสิ่งที่รักหมายความว่า คุณกำลังถ่ายทอดความรักสู่งาน จำไว้เสมอว่า ลูกค้าไม่ได้โง่ เขาสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ตลอดเวลา”







