
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2556
เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำทั่วโลกในช่วง 12 ปีนี้ ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ยังไม่มีความน่าสนใจ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสภาพคล่องที่สูง น่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปี 2556 คาดว่าจะคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น จึงเป็นสาเหตุของเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและค่าเงินของเอเชีย ทำให้บริษัทฯ มีมุมมองในเชิงบวกต่อการลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย
เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำทั่วโลกในช่วง 12 ปีนี้ ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ยังไม่มีความน่าสนใจ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสภาพคล่องที่สูง น่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปี 2556 คาดว่าจะคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น จึงเป็นสาเหตุของเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและค่าเงินของเอเชีย ทำให้บริษัทฯ มีมุมมองในเชิงบวกต่อการลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย
สำหรับตลาดหุ้นไทยในปี 2556 บริษัทฯ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัวขึ้นสลับปรับฐานในกรอบ 1,450 1,550 จุด หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติผ่านร่างกฎหมายขยายระยะเวลาเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ไปจนถึงวันที่ 19 พ.ค. โดยล่าสุด วุฒิสภาสหรัฐ ให้การรับรองร่างกฎหมายขยายระยะเวลาเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐแล้ว ประกอบกับกระแสการลงทุนที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ภายใต้ภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตยังเอื้อต่อการไหลเข้าของเงินทุน จากการถูกขับเคลื่อนด้วยการใช้จ่ายภาครัฐ และภาคครัวเรือน โดยการใช้จ่ายภาครัฐ ได้แก่ เงินลงทุนในปี 2556 กว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ และแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นแรงส่งที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ด้านการบริโภคภายในประเทศถูกผลักดันด้วยความมั่งคั่งและรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศ ส่งผลให้ภาวะการบริโภคและการลงทุนของไทยในปีนี้เข้าสู่จุดสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤตปี 2540 ส่วนการเติบโตของภาคการส่งออกไทย คาดว่าจะขยายตัวได้ไม่มากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักยังไม่ฟื้นตัว เช่น ยุโรป และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นคาดว่า SET Index จะมีช่วงปรับฐานจากความกังวลต่อสถานการณ์เลือกตั้งในอิตาลีวันที่ 2425 ก.พ. ที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ รวมถึงแผนตัดลดงบประมาณของสหรัฐ ที่จะถึงกำหนด มี.ค.นี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นไทยนั้น บริษัทฯ แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปของการลงทุนทางตรงของนักลงทุนต่างชาติ หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา รวมถึงหุ้นบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี จากราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก







