
แมนูไลฟ์ส่งกองFIFบุกตลาด
บลจ.แมนูไลฟ์ ชูกองทุนลงทุนนอกผลงานดี ลุยทำตลาดปีนี้ พร้อมออกกองใหม่เพิ่มทางเลือกลูกค้า
บลจ.แมนูไลฟ์ ชูกองทุนลงทุนนอกผลงานดี ลุยทำตลาดปีนี้ พร้อมออกกองใหม่เพิ่มทางเลือกลูกค้า
นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทในปี 2556 จะเน้นทำการตลาดกองทุนรวมของบริษัทที่มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เพื่อให้นักลงทุนไทยได้รู้จักและเป็นทางเลือกในการลงทุน
“เราไม่มีสาขาแบงก์ช่วยขายกองทุนเหมือน บลจ.ในเครือธนาคาร จึงจำเป็นต้องหาตลาดของตัวเองที่แตกต่างไป โดยบริษัทไม่เน้นออกกองทุนตราสารหนี้ประเภทเทอมฟันด์ ที่กำหนดอายุการลงทุนชัดเจน และปัจจุบันก็ยังไม่มีกองทุนทริกเกอร์ฟันด์” นายต่อ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มนำเสนอกองทุนเปิดแมนูไลฟ์ เอเชียน สมอลแคป เอฟไอเอฟ เน้นลงทุนหุ้นขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งผลตอบแทนดีต่อเนื่องปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 35% ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนจนขนาดสินทรัพย์กองทุนจากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 125 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 590 ล้านบาท โดยแนวโน้มหุ้นขนาดเล็กยังมีโอกาสในการสร้างกำไรได้ดี
นายต่อ กล่าวว่า ปีนี้ยังตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ไว้ที่ 25% จากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวม 2,000 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 2,400 ล้านบาท
“ปีที่ผ่านมายอดขายเราโตมากถึง 3 เท่า จากปี 2554 ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก มีธนาคารซิตี้แบงก์และบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งเป็นตัวแทนขาย และแนะนำกองทุนของแมนูไลฟ์ให้ลูกค้ารู้จัก ทำให้ธุรกิจกองทุนรวมเติบโต 7.8% ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลไม่ค่อยโต ส่วนใหญ่บริหารเงินให้แมนูไลฟ์ประกันเป็นหลัก” นายต่อ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังรุกต่อเนื่อง โดยจะหากองทุนรวมใหม่ๆ มานำเสนอลูกค้า พร้อมๆ กับการพัฒนาระบบและสร้างทีมงานการตลาดของตัวเอง ซึ่งเป็นการทำงานต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
สำหรับแผนการออกกองทุนใหม่ คาดว่าประมาณเดือน เม.ย.นี้จะเปิดตัวได้ เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย โดยเน้นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่มีกองทุนประเภทนี้และออกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเน้นหาผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ส่วนจะออกกองทุนไหนก่อนนั้นขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในช่วงนั้น
“แม้หุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมามาก แต่หุ้นหลายๆ ตัวยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจและสามารถถือลงทุนได้ ขณะที่ผลตอบแทนจากปันผลโดยรวมของตลาดอยู่ที่ประมาณกว่า 4%” นายต่อ กล่าว
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดีจากความเสี่ยงของโลกที่ลดลง ทำให้เงินลงทุนที่เคยอยู่ในพันธบัตรสหรัฐและทองคำเริ่มเทขายออกและโยกเข้ามาลงทุนในหุ้น รวมทั้งไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยต่อเนื่อง ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยยังเติบโตประมาณ 17% รวมถึงโครงการลงทุนของภาครัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงสนับสนุนให้หุ้นไทยยังไปต่อได้ โดยคาดว่าดัชนีหุ้นในปีนี้มีโอกาสถึง 1,6001,700 จุดได้ และเมื่อเทียบราคาในปัจจุบันยังถูกกว่าตลาดหุ้นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศ มองว่าหุ้นสหรัฐและหุ้นจีนน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ส่วนครึ่งปีหลังต้องกลับมาดูอัตราเงินเฟ้อว่าจะปรับตัวขึ้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจากปัจจุบันยังไม่น่ากังวลมากนัก
ทั้งนี้ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทในเครือกลุ่มการเงินแมนูไลฟ์ประกันชีวิต สัญชาติแคนาดา โดยมีผู้จัดการกองทุนและทีมงานนักวิเคราะห์กระจายอยู่ทั่วโลกและกว่า 10 ประเทศในเอเชีย







