
การสื่อสารในครอบครัวบทเรียนสำคัญ
เมื่อวานเป็นวันมาฆบูชาและผมได้กล่าวไว้ในบทความตอนที่แล้วว่าผลจากการที่ผมได้ไปปฏิบัติธรรม และได้อ่านหนังสือพระอาจารย์ชยสาโร 2 เล่ม โดยเล่มที่ตอบคำถามเรื่องธุรกิจกับธรรมจากหนังสือ ได้แก่ คลายปม 2 ที่ได้เขียนเล่าไปแล้ว
เมื่อวานเป็นวันมาฆบูชาและผมได้กล่าวไว้ในบทความตอนที่แล้วว่าผลจากการที่ผมได้ไปปฏิบัติธรรม และได้อ่านหนังสือพระอาจารย์ชยสาโร 2 เล่ม โดยเล่มที่ตอบคำถามเรื่องธุรกิจกับธรรมจากหนังสือ ได้แก่ คลายปม 2 ที่ได้เขียนเล่าไปแล้ว
และหนังสือที่ชื่อว่า อะไรนะ? ที่เน้นเรื่องสัมมาวาจาหรือการสื่อสารที่ผมจะเขียนเล่าในตอนนี้ ท่านอาจารย์ชยสาโรได้เขียนไว้ว่าการสื่อสารหรือสัมมาวาจาเป็นหนึ่งในมรรค 8 ที่ทุกคน ควรนำไปปฏิบัติ
โดยเฉพาะผู้บริหารและผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวเพราะหากท่านผู้อ่านที่จำได้ว่า 1 ใน 6C ของการบริหารธุรกิจครอบครัวคือ Communication ที่หมายถึงการสื่อสารระหว่างกันของสมาชิกในครอบครัวกันเองและกับผู้บริหารมืออาชีพ
ท่านอาจารย์ชยสาโร บอกว่า สัมมาวาจาหรือการพูดจาชอบเป็นองค์หนึ่งในอริยมรรค 8 คือ 1 งดเว้นจากการพูดเท็จ 2 งดเว้นจากการพูดส่อเสียด 3 งดเว้นจากการพูดคำหยาบ และ 4 งดเว้นการพูดเพ้อเจ้อ
ซึ่งหากเราตั้งใจปฏิบัติเรื่องวาจาก็จะทำให้เรามีความเห็นชอบ ความพากเพียรชอบ ความระลึกชอบอันเป็นธรรมชั้นดี
กว่าครึ่งของอริยมรรค 8 ที่จะทำให้เรามีสติที่รู้ทันเจตนาในการพูดของตนเอง เพราะวาจาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์หรืออาจสร้างความเสียหายอย่างยิ่ง
การปฏิบัติธรรมด้านวาจาคือ การปฏิบัติด้านการพัฒนาความสามารถในการสื่อสาร ท่านแนะนำให้เราเรียนรู้เรื่องวาจา คอยเฝ้าสังเกตการพูดและหาเวลาทบทวนการพูด และการแสดงออกของตัวเองบ่อยๆ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ภายในของเราด้วย
พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงการพูดที่น่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนา 10 อย่าง ที่เราควรศึกษาจากวาจาตนเองและวาจาคนอื่น เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันและวางใจให้ดีซึ่งก็คือ
1.พูดเรื่องจริง
2.พูดเรื่องไม่จริง
3.พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์
4.พูดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
5.พูดถูกกาลเทศะ
6.พูดไม่ถูกกาลเทศะ
7.พูดด้วยความหวังดีหรือด้วยเมตตา
8.พูดด้วยความไม่หวังดีหรือด้วยโทสะ
9.พูดอย่างสุภาพอ่อนโยน
10.พูดหยาบคาย
วาจาสุภาษิต 5 ประการที่ว่า พระพุทธเจ้าทรงให้เราสำรวจว่า สิ่งที่จะพูดเป็นความจริงไหม และถึงจะจริงเราหวังประโยชน์อะไรจากการพูดความจริงเราต้องพูดด้วยความหวังดีหรือด้วยเมตตาหรือไม่ และถึงจะจริงถึงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง เวลาที่เราพูดจะถูกกาลเทศะไหม เมื่อสำรวจและแน่ใจแล้วเราจึงพูดด้วยความสุภาพอ่อนโยน
ข้อคิดของท่านอาจารย์อีกเรื่องในการพูดอีกเรื่องหนึ่งคือ เราต้องรู้นิสัยของคนที่เราจะพูดด้วย ต้องฉลาดที่จะรู้ว่าพูดอย่างไรถึงจะถึงใจเขา
เรื่องการพูด การวางคำพูด การสื่อสารจึงต้องใช้ปัญญาทำหลายอย่างต้องรู้เท่าทันเจตนาของตนเอง และต้องเริ่มต้นด้วยจิตใจเยี่ยงนักศึกษาที่ต้องการจะเข้าใจเขาและต้องการจะให้เขาเข้าใจเรา
ท่านผู้อ่านดูแล้วปฏิบัติได้ไหมครับ ตอนหน้าจะมีของดีเรื่องการสื่อสารโดยสัมมาวาจามาฝากอีกครับ







