
ทีวีดิจิตอล ส่อเลื่อนประมูลยาว
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหา “ไฟดับ” และ “ไฟตก” จากกรณีพม่าหยุดจ่ายก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าให้ไทย
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหา “ไฟดับ” และ “ไฟตก” จากกรณีพม่าหยุดจ่ายก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าให้ไทย
กลายเป็น “ไฟร้อน” แผดเผาภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่ต้องเร่งหามาตรการแก้ปัญหาบรรเทาสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าภาคเอกชนยังไม่พร้อมจะปฏิบัติตาม
5 เม.ย.เสี่ยงไฟดับ เอกชนเมินหยุดผลิต
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า พม่าจะหยุดจ่ายก๊าซในวันที่ 5-13 เม.ย. 2556 และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาไฟตกได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ในวันที่ 5 เม.ย. เวลา 13.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟมากที่สุด จึงขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดไฟ โดยเฉพาะโรงงานต่างๆ ให้หยุดทำการวันที่ 5 เม.ย. และเลื่อนไปทำงานในวันที่ 7 เม.ย.แทน ส่วนกระทรวงพลังงานจะนำน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลมาผลิตไฟฟ้าแทน เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดไป แต่ อธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยืนยันว่าไม่สามารถปิดโรงงานในวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. หรือวันแรกที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซได้ตามที่กระทรวงพลังงานขอ เนื่องจากการหยุดโรงงานจะกระทบกระบวนการผลิตทั้งระบบ และสร้างค่าใช้จ่าย 300-400 ล้านบาท ในการกลับมาเดินเครื่องผลิตอีกครั้ง อีกทั้งยังไม่สามารถปิดเปิดโรงงานได้ในวันเดียว เช่นเดียวกับ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ ที่ยืนยันว่าไม่สามารถหยุดผลิตได้เนื่องจากจะกระทบทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ ผู้ผลิตวัตถุดิบให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน รวมถึงผู้สั่งสินค้าทั้งในและต่างประเทศ
กสทช.ส่อเค้า เลื่อนประมูลทีวีดิจิตอล
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเผชิญศึกหนักกับทีวีดิจิตอล ทั้งในแง่ของข้อกฎหมายและการต่อต้านจากภาคเอกชน เริ่มจากการประมูลช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง ที่เดิมวางแผนว่าจะเปิดประมูลในเดือน ก.ค.และ ส.ค.นี้ แต่เมื่อกลับมาทบทวนข้อกฎหมายอีกครั้ง พบว่า การจะออกประกาศเรื่องทีวีดิจิตอล ต้องผ่านการประชาพิจารณ์ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โดยพิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.ร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2.ร่างประกาศหลักเกณฑ์รายละเอียดและวิธีการประมูลที่ชัดเจนมากที่สุด เพื่อให้การประมูลมีหลักเกณฑ์ที่ให้ความเท่าเทียมแก่ทุกฝ่าย สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ไม่เกิดข้อครหาเช่นเดียวกับการประมูล 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทาง กสทช.จึงอาจต้องเลื่อนการประมูลดังกล่าวออกไปช่วงไตรมาส 4 แทน ขณะที่การประมูลทีวีดิจิตอล กลุ่มทีวีสาธารณะ ก็กำลังถูกจับตามองจากภาคเอกชน แหล่งข่าวจากวงการโทรทัศน์ ระบุว่า ทั้งกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาและเจ้าของช่องรายการ ต่างไม่เห็นด้วยกับการให้ช่อง 5 และช่อง 9 มีสิทธิในกลุ่มทีวีสาธารณะ เพราะไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด ภาคเอกชนจึงกำลังรวมตัวไม่ให้เกิดการประมูลกลุ่มทีวีสาธารณะ ตามที่กำหนดไว้ในช่วงต้นปีนี้
ขีดเส้น 15 วัน แก้ส่วยท่าเรือ
ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษาและกรรมการสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก กล่าวว่า พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) บางกลุ่มมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการตู้ละ 300 บาท แต่ละปีมีตู้สินค้านำเข้าและส่งออกราว 1.4 ล้านตู้ ทำให้การเรียกรับผลประโยชน์ตกปีละ 420-450 ล้านบาท โดยการเรียกผลประโยชน์มีตั้งแต่ ค่าผ่านเข้าใช้ท่าเรือ ค่ายกสินค้าจากรถขนส่งขึ้นเรือและลงจากเรือ เมื่อคิดรวมตลอด 16 ปีที่ผ่านมาน่าจะได้รับผลประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 6,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินมหาศาล หลังจากนี้ผู้ประกอบการจะไม่ยอมจ่ายเงินให้ขบวนการดังกล่าวอีกต่อไป และได้ยื่นเรื่องต่อประธานกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา แล้วเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม ได้สั่งให้ ร.อ.อิทธิชัย สุพรรณกูล รองผู้อำนวยการสายบริหารทรัพยากรบุคคลและการเงิน กทท. ตรวจสอบ พร้อมหาแผนป้องกันการทุจริต และรายงานให้ทราบภายใน 15 วัน หรือต้นเดือน มี.ค.นี้
ยอดผลิตรถพุ่ง 68% รับแรงส่งรถคันแรก
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รถยนต์ใหม่ในเดือน ม.ค. 2556 มีจำนวน 2.36 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 67.95% และเพิ่มขึ้น 6.63% จากเดือน ธ.ค. 2555 การผลิตยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากการเร่งผลิตของบรรดาค่ายรถยนต์เพื่อส่งมอบตามโครงการรถคันแรก โดยในปีนี้ต้องส่งมอบให้ได้ประมาณ 7 แสนคัน ทั้งนี้ จำนวนผลิต 2.36 แสนคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.36 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 77.77% ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกมีจำนวน 1 แสนคัน เพิ่มขึ้น 56.21% สำหรับภาพรวมการผลิตรถยนต์ทั้งปี คาดว่าจะทะลุ 2.55 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.92% แบ่งเป็นขายในประเทศ 1.45 ล้านคัน และส่งออก 1.1 ล้านคัน ยอดดังกล่าวยังอาจส่งผลให้ไทยสามารถครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์มากเป็นลำดับที่ 9 ของโลกไว้ได้ หลังจากปีที่ผ่านมาได้เบียดแคนาดาตกไปอยู่อันดับ 10 ด้วยยอดผลิตที่มากกว่าราว 1 หมื่นคัน ขณะที่ยอดขายในเดือน ม.ค.อยู่ที่ 1.26 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 63.36% มีสาเหตุการเติบโตจากการทยอยส่งมอบรถคันแรกเช่นเดียวกัน
พาณิชย์หมดท่า ระบายข้าวผิดแผน
ปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ได้มีการขายข้าวในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) และในปีนี้ได้ส่งเงินคืนให้กับกระทรวงการคลังเพิ่ม 1.35 หมื่นล้านบาท รวมเงินทั้งหมดที่ส่งคืนแล้ว 6.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นไปตามแผนที่ได้ตั้งเป้าหมายในการระบายข้าวไว้ เพราะอยู่ระหว่างดำเนินการส่งมอบให้ผู้ซื้อ ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว ระบุว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ยังคงใช้วิธีการระบายข้าวสารแบบจีทูจี แต่ผู้ที่รับมอบข้าวกลับเป็นเอกชนค้าข้าวในเครือข่ายและนำมาเวียนขายในประเทศ







