posttoday
PTTกำไรวูบ1.5%

PTTกำไรวูบ1.5%

23 กุมภาพันธ์ 2556

ปี’55ทั้งเครือทำเงินได้2.2แสนล้าน หุ้นพุ่งสวนทางฝรั่งทิ้งหนัก5.7พันล้าน

ปี’55ทั้งเครือทำเงินได้2.2แสนล้าน หุ้นพุ่งสวนทางฝรั่งทิ้งหนัก5.7พันล้าน

PTT วูบ แต่ทั้งเครือโชว์กำไรปี 2555 กว่า 2.21 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.87% ฝรั่งทิ้งหนักหุ้นไทย 5,700 ล้าน

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดปี 2555 จำนวน 104,665.81 ล้านบาท ลดลง1.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 106,260.33 ล้านบาท โดยกำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ 36.64 บาท จาก 37.24 บาทในปี 2554

ทั้งนี้ กำไรที่ลดลงเป็นผลมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่มีเพียง 2.70 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.1% จากปีก่อน เพราะธุรกิจโรงกลั่นขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน

สำหรับธุรกิจของบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2.79 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น 15.1% เป็นผลมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้นตามราคาน้ำมันดูไบที่เพิ่มขึ้นจาก 106.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 109.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ผลของค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงปลายปี ทำให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 7,605 ล้านบาท จากการแปลงหนี้สกุลต่างประเทศเป็นเงินบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,099 ล้านบาท

PTTกำไรวูบ1.5%

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 4.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,290 ล้านบาท หรือ 7.6%

ทั้งนี้ ในงวดปี 2555 บริษัทในกลุ่มPTT ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท ปตท.โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC)

ดังนั้น จะพบว่า PTTEP จะมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีที่สุด โดยปี 2555 มีกำไรสุทธิ 5.73 หมื่นล้านบาท เติบโต 28.08% จากปีก่อน รองลงมาคือ PTTGC มีกำไรสุทธิ 3.40 หมื่นล้านบาท โตขึ้นจากปีก่อน 13.21% ขณะที่ BCP มีกำไรสุทธิ 4,272 ล้านบาท ลดลง 23% ส่วน TOP มีกำไรสุทธิ 1.23 หมื่นล้านบาท ลดลง 17% จากปีก่อน และมีเพียง IRPCที่ปี 2555 ขาดทุนสุทธิ 958 ล้านบาท แย่ลง 124% จากปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 22 ก.พ. 2556 ที่ระดับ 1,540.13 จุด เพิ่มขึ้น 11.39 จุด หรือ 0.75% มูลค่าการซื้อขาย 75,174.07 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหนักกว่า 5,796.73 ล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 2,195.79 ล้านบาท พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ซื้อ 645.24 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 2,955.70 ล้านบาท

ด้านบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ประกาศกำไรสุทธิงวดปี 2555 จำนวน 2.7 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 3.66 บาท เพิ่มขึ้น 69% จากปี 2554

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) รายงานกำไรหลักไตรมาส 4/2555 ที่ 1,200 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 152% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 102% จากไตรมาส 3 ปี 2555 กำไรสุทธิไตรมาส 4/2555 สูงกว่าที่ตลาดคาด 20%

ผลประกอบการไตรมาส 4/2554 มีฐานต่ำมาก (เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 238 ล้านบาท จากความเสียหายของสินค้าคงคลัง) ตรงกับทุกคาดการณ์

ส่งผลให้ทั้งปี 2555 MINT มีกำไรสุทธิ 3,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากปี 2554 ทั้งนี้หากรวมรายการพิเศษครั้งเดียวจากกำไรการลงทุนในบริษัท เอสแอนด์พี (S&P) หักด้วยค่าความนิยมสำหรับการลงทุนในจีนในปี 2554 คิดเป็นกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเพียง 18%

ทั้งนี้ คณะกรรมการ MINT ได้ประกาศเงินปันผลต่อหุ้นปี 2555 ที่ 0.30 บาท (อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 1.3%) ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 11เม.ย. และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เม.ย. 2556

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ครั้งที่ 1/2556เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2556 เพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อหุ้นบริษัท โรงแรม กะรน ภูเก็ต เพิ่มจำนวน 1.6ล้านหุ้น (คิดเป็น 30.77% ของทุนที่ชำระแล้ว)

บริษัท ช.การช่าง (CK) กำไรสุทธิปี 2555 จำนวน 568.40 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.34 บาท ลดลง 358.90 ล้านบาท หรือ 38.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 927.40 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.56 บาท

สาเหตุที่กำไรลดลง เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจำนวน 486 ล้านบาท ลดลง 1,796.7 ล้านบาท จากปี 2554 และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 267.7 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีจำนวน 302.7 ล้านบาท

นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 341.4 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้เบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อการก่อสร้างสำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีน้ำเงิน สัญญา 2 และ 5

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี