posttoday
รัฐผนึกกำลังสร้างทางรอดผู้ประกอบการ

รัฐผนึกกำลังสร้างทางรอดผู้ประกอบการ

22 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ตอนนี้หลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี ที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบหลายประการ ทั้งขึ้นค่าแรง 300 บาท เงินบาทที่แข็งค่า

ภาครัฐโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้ผนึกกำลังกันเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการให้เดินหน้าขยายธุรกิจต่อไป เพราะยังมีโอกาสรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะหลังเปิดเออีซี

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้นำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งานนวัตกรรม มาเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ทั้งด้านการผลิต การทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยยังไม่ได้ใช้นวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการเท่าที่ควร

สำหรับสินค้าที่จะเริ่มทำเป็นโครงการนำร่อง คือ กลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร และกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเน้นผลิตภัณฑ์โอท็อปที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้และอยู่รอดในตลาดได้เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

ขณะที่ ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า สถาบันฯ ต้องการกระตุ้นให้เอสเอ็มอีที่อยากแข่งขันได้ในตลาดโลก ด้วยการนำวิทยาศาสตร์มาเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรได้มากขึ้น เพราะเอสเอ็มอีมีกำไรจากการประกอบธุรกิจเพียง 4.8% น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีกำไร 16%

“การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการ จะช่วยเพิ่มผลกำไรให้แก่เอสเอ็มอีได้มากกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่” ณัฐพล กล่าว

สำหรับแผนงานที่อยากให้เอสเอ็มอีมุ่งปรับตัว 5 ด้าน คือ 1.มีแผนตลาดและพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า 2.ใช้โลจิสติกส์ช่วยลดต้นทุน เนื่องจากต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของเอสเอ็มอีสูงถึง 17% 3.นำเครื่องจักรมาผลิตเพื่อทดแทนแรงงานคนและลดผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท 4.หาพันธมิตรร่วมกันเพื่อมุ่งขยายตลาด 5.นำเทคโนโลยีใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพราะการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศต่อปีอยู่ที่ 0.01% เท่านั้น

เอกฉัตร ศีตวรรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถาบันฯ จะมุ่งให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจทำตลาดในต่างประเทศ โดยให้ความรู้ตั้งแต่แผนทำตลาด ช่องทางขายสินค้า ความต้องการของลูกค้าต่างประเทศและกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งตลาดที่เอสเอ็มอีมีศักยภาพส่งออกคืออาเซียน เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศไทย ทำให้ต้นทุนขนส่งสินค้าต่ำ

หากเอสเอ็มอีต้องการมุ่งเจาะตลาดทั่วโลก จะมีต้นทุนการประกอบธุรกิจและทำตลาดสูง โดยในขณะนี้ตลาดโลกกำลังให้ความสำคัญกับคาร์บอนฟุตพรินต์ การห้ามใช้แรงงานเด็ก ใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานไอเอสโอ และการมีบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมลพิษ ซึ่งเอสเอ็มอีต้องเร่งกระบวนการผลิตเพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้ามาร่วมมือ เพื่อให้ช่วยคิดค้นนวัตกรรมใหม่และสร้างเทคโนโลยี ในรูปแบบเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ซึ่ง สวทช.จะเข้าไปถือหุ้นในบริษัทไม่เกิน 49% ขณะเดียวกันการทำโครงการวิจัยยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง และยังมีการให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่เอสเอ็มอีด้วย

เหล่านี้คือมาตรการส่วนหนึ่งที่แต่ละหน่วยงานตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างทางรอดให้เอสเอ็มอี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท