
บ้านปูทุ่ม6พันล้านซื้อหุ้นคืน
บ้านปูงัดราคาหุ้นเท 6,150 ล้านบาทซื้อคืน ให้มูลค่าสูงสุด 453 บาท/หุ้น แจกปันผล 9 บาท
บ้านปูงัดราคาหุ้นเท 6,150 ล้านบาทซื้อคืน ให้มูลค่าสูงสุด 453 บาท/หุ้น แจกปันผล 9 บาท
บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติให้ใช้เงินทั้งสิ้น 6,150 ล้านบาท ในการซื้อหุ้นคืนจำนวน 13.56 ล้านหุ้น คิดเป็น 5% ของทุนเรียกชำระแล้ว โดยจะซื้อคืนจากตลาดหลักทรัพย์ระหว่างวันที่ 15 มี.ค.-14 ก.ย. 2556 ในราคาไม่เกินราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการบวก 15% ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่บริษัทจะซื้อคืนสูงสุดได้ถึง 453.53 บาท
นอกจากนี้ บอร์ดยังอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 9 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 11 เม.ย. 2556 โดยเป็นเงินปันผลจากกำไรงวดครึ่งหลังของปี 2555 และกำไรสะสม
ข่าวดีของบ้านปูส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นแรงถึง 397 บาท ก่อนมาปิดที่ระดับ 392 บาท บวก 14 บาท หรือ 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 1,323 ล้านบาท สวนทางกับภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่ทรุดลง 17.90 จุด ดัชนีปิดที่ 1,528.74 จุด
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2555 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 9,293 ล้านบาท ลดลงประมาณ 10,766 ล้านบาท หรือ 53.67% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิถึง 20,059 ล้านบาท
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู กล่าวว่า กำไรสุทธิที่ลดลง 54% เกิดจากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยอยู่ที่ 85.72 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 3% และไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เหมือนในปี 2554 จำนวน 8,246 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2555 ทำได้ตามเป้าหมาย โดยมียอดขายรวม 117,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเหมืองถ่านหินจากอินโดนีเซีย รายได้จากธุรกิจไฟฟ้ายังคงเติบโตได้ดี สร้างฐานกำไรที่มั่นคงให้แก่บริษัท
สำหรับการจ่ายปันผลเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังได้รับความนิยมสูง อาทิ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC) ให้ผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 5 หุ้น เดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ เท่ากับ 0.10 บาท และจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ บจ.ยังมีการเพิ่มทุนหลายแห่ง เช่น บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) หรือ CNT จัดสรรจำนวน 501,452,102 หุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม สัดส่วน 1 ต่อ 1 ราคาหุ้นละ 1 บาท และบริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ (TSF) ก็เพิ่มทุนจำนวน 683,202,114 หุ้น สูตร 2 ต่อ 1 ราคาหุ้นละ 0.75 บาท และเสนอขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) ด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลง







