
มิดเดิลแวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การใช้งานมิดเดิลแวร์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางการแสวงหาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้องค์กรธุรกิจและพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้น
การใช้งานมิดเดิลแวร์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางการแสวงหาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้องค์กรธุรกิจและพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้น
มิดเดิลแวร์เป็นตัวเชื่อมการใช้งานเทคโนโลยีส่วนต่างๆ ภายในองค์กรเข้าด้วยกัน เช่น การใช้งานแอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้สามารถใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ดีขึ้น การใช้งานแพลตฟอร์มมาตรฐานที่ใช้ในระบบงานร่วมกับแพลตฟอร์มข่าวสารต่างๆ เพื่อทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และการใช้แพลตฟอร์มการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ (BPM) ให้สามารถขับเคลื่อนกระบวนการทางธุรกิจได้แบบอัตโนมัติ
จากผลสำรวจของไอดีซีคาดการณ์ว่า ในปี 2554-2558 ตลาดของเทคโนโลยีการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจ และมิดเดิลแวร์แอพพลิเคชันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตต่อปีร้อยละ 12.4
ทั้งนี้ แต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการนำมิดเดิลแวร์ไปใช้ที่แตกต่างกัน อาทิ เวียดนามและฟิลิปปินส์ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำในปี 2555 เทคโนโลยีมิดเดิลแวร์กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในฟิลิปปินส์ ทั้งในด้านการควบรวมเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบคลาวด์และเทคโนโลยีบนมือถือเข้าด้วยกัน รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
ในภาพรวมอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักที่ต่อเนื่องกันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการใช้มิดเดิลแวร์ ซึ่งอาจมีผลต่อปัจจัยอื่นๆ เช่น ความต้องการที่จะผสมผสานระหว่างธุรกิจกับเทคโนโลยี รวมถึงการเกิดขึ้นของคลาวด์คอมพิวติง องค์กรต่างๆ กำลังมองหาการสร้างความสมดุลในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจ
ขณะเดียวกันต้องมั่นใจด้วยว่ากระบวนการต่างๆ ต้องมีความคล่องตัวในหลายๆ กรณี เทคโนโลยีค่อยๆ มีการพัฒนาและสามารถทำงานร่วมกันได้ ขณะที่โอเพนซอร์สโซลูชันได้นำเสนอประสิทธิภาพระดับองค์กร รวมทั้งความยืดหยุ่นและความมั่นคง
สิ่งนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแรงกระเพื่อมและแรงผลักดันที่เพิ่มขึ้นในการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางธุรกิจ เพื่อขึ้นเป็นผู้นำและได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าผู้อื่นในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ขณะที่ความหลากหลายและความคล่องตัวถือเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้มิดเดิลแวร์ ยกตัวอย่างเช่น JBoss Enterprise Middleware มีศักยภาพสูงในการจัดการกับผลิตภัณฑ์จำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถนำเสนอความหลากหลายด้วยการใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถใช้โซลูชั่นให้เหมาะกับความต้องการของงานแต่ละงานได้ ซึ่งความหลากหลายนี้จะช่วยให้โซลูชันใช้งานได้อย่างเฉพาะเจาะจงในทุกภาคอุตสาหกรรม
มิดเดิลแวร์ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์มากในการทำธุรกิจในปัจจุบัน ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้เกิดความสมดุลกับความทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตและลดความซับซ้อนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่
แต่ก็เหมือนกับหลายๆ เทคโนโลยีที่เกิดมาก่อนหน้านี้ คือมิดเดิลแวร์ดูเหมือนจะเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในองค์กรต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้







