
ทีวีดิจิตอลดันป.ตรีบันเทิงเงินดีกว่าวิศวะ
ธุรกิจบันเทิงไทยยังขาดแคลนมืออาชีพ ระบุเด็กจบใหม่รายได้ดีกว่าจบด้านวิศวะ
ธุรกิจบันเทิงไทยยังขาดแคลนมืออาชีพ ระบุเด็กจบใหม่รายได้ดีกว่าจบด้านวิศวะ
นายพิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ออเคสตร้า อินเวสเตอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า วงการบันเทิงไทยยังขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่มีความรู้ทางด้านดนตรีและศิลปะการแสดง เนื่องจากอุตสาหกรรมบันเทิงมีขนาดใหญ่มาก
“ในวงการนี้ยังมีที่ยืนสำหรับทุกคน ไม่ได้พิจารณาที่หน้าตาดีเพียงอย่างเดียว เด็กจบใหม่ที่มีความสามารถ รายได้ดีกว่าเด็กที่เรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์ เงินเดือนเริ่มต้นที่ 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน” นายพิสิษฎ์พงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านบันเทิงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2554 มีมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง หากนับรวมบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าจะไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่าธุรกิจบันเทิงทั่วโลก มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 60 ล้านล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ธุรกิจนี้ยังมีความต้องการคอนเทนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากโทรทัศน์เคเบิลและดาวเทียมที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 200 ช่อง อีกทั้งรัฐบาลได้ประกาศเดินหน้าดิจิตอลทีวี อินเทอร์เน็ต 3จี และ 4จี ในอนาคตอันใกล้ จะทำให้มีช่องโทรทัศน์และสื่อสมัยใหม่เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ทำให้ต้องวางแผนผลิตบุคลากรป้อนให้กับวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ
นายพิสิษฎ์พงศ์ กล่าวว่า ได้ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท ในการจัดตั้งวิทยาลัยศิลปินแห่งเอเชีย หรือ Superstar College of Asia โดยอยู่ภายใต้การกำกับของมหาวิทยาลัยสยาม และยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคังฮี ประเทศเกาหลี และมหาวิทยาลัยโตกัย ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดโลก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับนักศึกษารุ่นแรก จะเริ่มเปิดภาคการศึกษาในเดือนส.ค.นี้ โดยวิทยาลัยตั้งอยู่ซอยทองหล่อ 20 ซึ่งภายใน 4 ปีข้างหน้า มีแผนจะเปิดวิทยาเขตในหัวเมืองใหญ่ และเปิดสอนถึงระดับปริญญาโท







