
พลังงานทดแทนเกิดยาก
ปัญหาเรื่องไฟฟ้าขาดแคลนเวียนกลับมาอีกรอบในจังหวะเวลาที่รัฐบาลเตรียมเปิดประมูลโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 5,400 เมกะวัตต์ กลางเดือนนี้
ปัญหาเรื่องไฟฟ้าขาดแคลนเวียนกลับมาอีกรอบในจังหวะเวลาที่รัฐบาลเตรียมเปิดประมูลโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 5,400 เมกะวัตต์ กลางเดือนนี้
น่าแปลกตรงที่สัดส่วน “ก๊าซธรรมชาติ” ที่นำมาผลิตไฟฟ้าสูงถึง 70% แซงหน้า ถ่านหิน พลังงานน้ำ และซื้อจากต่างประเทศแบบไม่เห็นฝุ่น จนห่วงกันว่านี่จะอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านพลังงานของไทยมากยิ่งขึ้น
เมื่อตัวอย่างตรงหน้าเวลานี้ชัดเจนว่า ปัญหาทางเทคนิคทำให้แหล่งก๊าซยานาดา ประเทศพม่า ต้องปิดซ่อมบำรุง ไม่สามารถส่งให้ไทยมาผลิตเป็นไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าในระบบจะหายไป 6,400 เมกะวัตต์ ในห้วงเวลาที่ประเมินว่าการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดช่วงหนึ่ง
แน่นอนว่า “ถ่านหิน” ที่ราคาถูกกว่าก๊าซธรรมชาติไม่อาจเป็นทางเลือกใหม่ได้ เพราะกระแสต่อต้านจากคนในพื้นที่ที่ต่างคนต่างไม่ยอมให้ไปตั้งในหลังบ้านตัวเอง และไม่ต้องพูดถึง “นิวเคลียร์”
ทางเลือกใหม่อย่างพลังงานบริสุทธิ์ ทั้งสายลม แสงแดด ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวไม่เว้นแม้แต่ จีน พม่า ลาว ในขณะที่ไทยกลับยังไปไม่ถึงไหน ด้วยเหตุผลเรื่องราคาที่สูงกว่าการผลิตด้วยถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติกว่าเท่าตัว
ข้ออ้างเรื่องผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่จะยิ่งแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นจนสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและเป็นภาระประชาชน ทำให้ทางเลือกนี้ไม่อาจพัฒนาไปได้
ซ้ำร้ายกว่านั้น ยังมีข่าวเล็ดลอดออกมาเกี่ยวกับการหากินกับพลังงานทางเลือก ที่ยิ่งจะทำให้พลังงานทางเลือกในบ้านเราเกิดยากทุกที







