posttoday
ลดหย่อน/ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2555 (ตอน 2)

ลดหย่อน/ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2555 (ตอน 2)

22 กุมภาพันธ์ 2556

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สรุปได้ดังนี้

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สรุปได้ดังนี้

ลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้พึงประเมินหักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท เงินสะสมฯ ที่จ่ายเกินกว่า 1 หมื่นบาท จะได้รับยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4.9 แสนบาท แต่การใช้สิทธิต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินค่าจ้าง เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง 5 แสนบาท การกรอกค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีของเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะแยกช่องรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีออกจากกันในแบบแสดงรายการภาษี

ลดหย่อนและยกเว้นภาษีเบี้ยประกันชีวิต ผู้มีเงินได้พึงประเมินหักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายเกินกว่า 1 หมื่นบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9 หมื่นบาท เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง 1 แสนบาท

กรณีเบี้ยประกันภัยที่จ่ายเป็นการประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป ให้ยกเว้นภาษีได้อีกร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท สำหรับคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ฯ ที่ได้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้และอยู่ด้วยกันตลอดปีภาษี ผู้มีเงินได้ฯ สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ฯ มาหักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลา 10 ปีขึ้นไป ผู้รับประกันภัยประกอบกิจการในราชอาณาจักร และเป็นเบี้ยประกันชีวิตที่ได้จ่ายจริงในปีพ.ศ. 2555

เบี้ยยกเว้นภาษีประกันสุขภาพบิดามารดา ผู้มีเงินได้พึงประเมินสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ฯ และบิดามารดาของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้มาหักได้เท่าที่จ่ายจริง รวมแล้วไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทบิดามารดาแต่ละคนมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 3 หมื่นบาท

ลดหย่อนและยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย ผู้มีเงินได้พึงประเมินสามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัยมาหักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เกินกว่า 1 หมื่นบาท จะได้รับยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9 แสนบาท เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง 1 แสนบาท ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่นำมาใช้สิทธิต้องเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้างสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย 1 แห่ง นำมาใช้สิทธิได้ไม่เกิน 1 แสนบาท)

กรณีกู้ยืมหลายคนให้หารด้วยจำนวนผู้กู้ยืม จะได้สิทธิของแต่ละคน ซึ่งรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1 แสนบาท ในการใช้สิทธิลดหย่อนที่อยู่อาศัยแห่งนั้น กรณีสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้พึงประเมินและต่างฝ่ายต่างกู้ยืมเงินฯ ให้แต่ละฝ่ายมีสิทธิหักได้ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท (กู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง) การนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมมากรอกในแบบแสดงรายการภาษี ให้นำรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกัน แล้วนำมากรอกในช่องรายการดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย

สัปดาห์หน้ามาต่อกันอีกครั้งเกี่ยวกับรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษี สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ