
ยกระดับอาหารไทย
ระดมกึ๋นเชฟ3ประเทศ ‘ลาว-พม่า-กัมพูชา’.
ระดมกึ๋นเชฟ3ประเทศ ‘ลาว-พม่า-กัมพูชา’.
วางยุทธศาสตร์เทียบชั้นเมนูญี่ปุ่น.สมาคมภัตตาคารไทยผนึก ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา วางแผนยุทธศาสตร์เทียบชั้นอาหารญี่ปุ่น
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับสมาคมด้านอาหารของประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และพม่า วางแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 เพื่อกำหนดทิศทางการเติบโตไปในแนวเดียวกัน และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอาหารของชาติอาเซียน
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถด้านอาหาร การกำหนดกรอบด้านการค้าการลงทุน เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจลงทุน โดยรวบรวมจุดเด่นที่แต่ละประเทศมานำเสนอ เช่น ประเทศไทย สมาคมได้จัดทำมาตรฐานการประกอบธุรกิจอาหารที่ถูกต้องไว้นำเสนอ เป็นต้น
นอกจากนี้ จะช่วยสร้างแบรนด์อาหารประเทศกลุ่มอาเซียน ให้มีความแข็งแกร่งเหมือนอาหารญี่ปุ่น ซึ่งถูกยกให้เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย และเริ่มขยายวงกว้างไปยังแถบยุโรป เนื่องจากองค์การส่งเสริมการค้าญี่ปุ่น (เจโทร) มีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศในแต่ละประเทศ รวมถึงแผนขยายการลงทุนที่ชัดเจน ทำให้ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในต่างแดน
“ในอนาคตสมาคมจะเจรจาดึงให้ประเทศกลุ่มอาเซียนเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรด้านนี้ให้ครบ หรืออย่างน้อยมีพันธมิตรเพิ่มอีก 12 ประเทศ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันการทำงานของเจโทรได้สอดแทรกไปทุกประเทศในเอเชีย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของอาหารได้สูงเมื่อเทียบกับอาหารไทย” นางฐนิวรรณ กล่าว
สำหรับแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย สมาคมได้จัดทำมาตรฐานอาหารไทย เพื่อวางกรอบให้ผู้ที่สนใจลงทุนธุรกิจอาหารได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐในการบังคับใช้ ที่ผ่านมาสมาคมได้นำเสนอมาตรฐานดังกล่าวต่อกระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่ได้รับการพิจารณาและประกาศใช้แต่อย่างใด
หากประเทศไทยนำมาตรฐานด้านอาหารมาใช้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทย ทั้งด้านความนิยมการบริโภค ความถูกสุขลักษณะและอนามัย รวมถึงเพิ่มราคาอาหารให้สอดคล้องกับต้นทุน
นางฐนิวรรณ กล่าวด้วยว่า การไม่ประกาศใช้มาตรฐานด้านอาหาร ทำให้คนไทยบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว รวมถึงไม่สามารถกวดขันร้านอาหารข้างถนนให้เข้าสู่ระบบได้ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย แม้ว่าผลการสำรวจจะพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมชื่นชอบฟู้ดส์ สตรีต ก็ตาม โดยข้อเท็จจริงพบว่ามีร้านอาหารข้างถนนไม่กี่แห่งที่สามารถตั้งราคาสูงได้
ทั้งนี้ เอกชนต้องการให้รัฐบาลพิจารณาการนำมาตรฐานด้านอาหารมาใช้ โดยนำร่องพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษได้จัดทำกฎระเบียบดังกล่าวไว้รองรับแล้ว แต่ไม่นำมาปฏิบัติ เนื่องจากรัฐบาลเกรงว่าจะเสียคะแนนนิยม โดยเน้นเอาใจร้านอาหารแบบหาบเร่ แผงลอย มากกว่าห่วงผู้บริโภค
นอกจากนี้ หากนำมาตรฐานอาหารมาใช้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าอาหารไทยให้มีราคาสูงขึ้น และมีภาพลักษณ์เหมือนอาหารญี่ปุ่น ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีรายได้และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประเทศ
สมาคมตั้งเป้าผลักดันให้ร้านอาหารไทยในประเทศมีรายได้สูง เหมือนร้านอาหารไทยในต่างประเทศ โดยสถิติพบว่า ร้านอาหารไทยในต่างประเทศมีประมาณ 1.2 หมื่นร้าน แต่มีมูลค่าการตลาดกว่า 5 แสนล้านบาท ขณะที่ร้านอาหารในประเทศไทยมีมากกว่า 3 แสนร้าน มูลค่าการตลาดเพียง 3 แสนล้านบาท/ปี







