
วอนรัฐดูแลอาหาร-เกษตร
กระทบหนักจากเงินบาทแข็งค่าแรง300ลุ้นส่งออกทุบประวัติศาสตร์1ล้านล.
กระทบหนักจากเงินบาทแข็งค่าแรง300ลุ้นส่งออกทุบประวัติศาสตร์1ล้านล.
หอการค้าจี้รัฐดูแลเงินบาทค่าแรง หวั่นกระทบเอสเอ็มอีกลุ่มอาหาร
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารในปีนี้ คือ ปัญหาภัยแล้ง รองลงมา คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 17.3%
ทั้งนี้ รัฐบาลควรมีมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน แก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม โดยวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ รวมทั้งหาแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
นอกจากนี้ ควรหันมาหาช่องทางการตลาดในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ทั้งนี้พบว่าตลาดอาเซียนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 9.7% จีนเพิ่มขึ้น 19.1% และญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 5.8% ขณะที่สหรัฐลดลง 9.8% และยุโรปลดลง 6.4% และพัฒนารูปแบบสินค้าเพื่อตอบสนองตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ฮาลาล ที่ขยายตัวมากและเป็นตลาดที่มีศักยภาพในอนาคต
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สำหรับมูลค่าการส่งออกอาหารของไทยในปี 2556 คาดว่าจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่า 9.7 แสนล้านบาท หากทำได้จะถือว่าเป็นเป็นครั้งแรกที่การส่งออกอาหารทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรกในประวัติ
อย่างไรก็ดี หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาท/เหรียญสหรัฐ จะทำให้มูลค่าการส่งออกอาหารของไทยลดลง 2% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.04 หมื่นล้านบาท หากอัตราแลกเปลี่ยเฉลี่ยทั้งปีนี้แข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 28.5 บาท/เหรียญสหรัฐ จะส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าส่งออกอาหารของไทยปีนี้ขยายตัวได้เพียง 3.9% เท่านั้น
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผักผลไม้แปรรูป ปลาแปรรูป กุ้งแช่เยือกแข็ง และเครื่องปรุงรส จะเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทมากที่สุด ส่วนสินค้าในกลุ่มข้าว กุ้ง ทูน่าแปรรูป และสับปะรด พบว่า อาจเสียเปรียบการแข่งขัน ทำให้ส่วนแบ่งในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง
สำหรับสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะเป็นดาวเด่นในปีนี้มี 6 กลุ่ม คือ 1.ไก่และสัตว์ปีก 2.มันสำปะหลัง ที่ 3.อาหารสัตว์เลี้ยง จำพวกอาหารสุนัขและแมว 4.ปลากระป๋องและปลาแปรรูป 5.เครื่องปรุง คาดว่าจะมี และ 6.ทูน่าแปรรูป
ขณะที่สินค้าส่งออกที่เสี่ยงต่อการหดตัว ได้แก่ น้ำตาลทรายและผัก ผลไม้สด เนื่องจากภัยแล้งทำให้น้ำตาลจากอ้อยมีคุณภาพลดลง และจีนมีแนวโน้มลดการนำเข้าจากผลผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น







