
บีโอไอหาช่องอุ้มเอสเอ็มอี
ให้สิทธิประโยชน์กลุ่มเสี่ยงถูกตัดส่งเสริมรอบรรจุในร่างยุทธศาสตร์ใหม่
ให้สิทธิประโยชน์กลุ่มเสี่ยงถูกตัดส่งเสริมรอบรรจุในร่างยุทธศาสตร์ใหม่
บีโอไอหาช่องให้สิทธิประโยชน์เอสเอ็มอีและธุรกิจเกษตรที่อาจถูกยกเลิกส่งเสริมตามนโยบายใหม่
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในการจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ ปี 2556-2560 อาจมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงธุรกิจด้านการเกษตรที่อาจถูกยกเลิกการส่งเสริม หรือไม่ถูกบรรจุให้ได้รับการส่งเสริมตามนโยบายใหม่นั้น บีโอไออยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะมีมาตรการอย่างไรให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้รับความช่วยเหลือให้คงมีแต้มต่อ และยังสามารถแข่งขันอยู่ได้
“บีโอไอจะหามาตรการช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจภาคเกษตร ซึ่งเป็นกิจการของคนไทยเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงธุรกิจตามแนวชายแดนที่อาจไม่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมตามแนวนโยบายใหม่ เพื่อให้กิจการเหล่านี้ยังสามารถพัฒนาและแข่งขันได้ เมื่อได้แนวทางที่ชัดเจนแล้วจะบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่” อุดม กล่าว
การปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอนั้น เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมหลักๆ เช่น ปรับเปลี่ยนจากการส่งเสริมแบบครอบคลุมทุกกิจการ มาเป็นการส่งเสริมแบบมีเป้าหมายชัดเจน จากส่งเสริมตามเขตพื้นที่ หรือ โซนนิ่ง มาเป็นการส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค และหันมาเพิ่มบทบาทในการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ ที่ได้รับฟังความคิดเห็นนักลงทุนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาครวม 5 ครั้งแล้วนั้น อุดมยืนยันเป้าจะประกาศนโยบายใหม่ให้ได้ภายในปีนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ล่าช้าออกไป จนอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจไม่ลงทุนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการบีโอไอ กล่าวยอมรับว่า คณะทำงานคงต้องมีเวลามากพอสมควรในการทำความเข้าใจเพิ่มเติมกับนักลงทุน โดยต้นเดือน มี.ค.มีนัดสัมมนากลุ่มย่อยกับสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทยและหอการค้าต่างประเทศ ซึ่งต้องการให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ซึ่งบีโอไอก็จะรับฟังแต่คงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายหลัก ที่มีจุดยืนเพื่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับประเทศ
“กรอบเวลาเดิมคือจะประกาศนโยบายใหม่ภายในกลางปีนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับทั้งการรับฟังข้อคิดเห็นของนักลงทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะการจัดทำนโยบายใหม่ไม่ได้ดำเนินการโดยบีโอไอหน่วยงานเดียว อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถประกาศนโยบายใหม่ได้ในปีนี้” อุดม กล่าว
ทั้งนี้ อุดมกล่าวว่า ระหว่างที่บีโอไอปรับนโยบาย คาดว่าจะทำให้ในครึ่งปีแรกจะมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่มีแผนลงทุนอยู่แล้วเร่งเข้ามาขอรับการส่งเสริมก่อนที่นโยบายใหม่จะประกาศใช้ โดยข้อมูลของเดือน ม.ค. 2556 พบว่านักลงทุนขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น 185 โครงการ มูลค่า 7.48 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 102 โครงการ มูลค่า 7.34 หมื่นล้านบาทในช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
ประเด็นหลักๆ ที่นักลงทุนมีความเป็นห่วงในร่างนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ จากการรับฟังความเห็นทั้ง 5 ครั้งคือ ประเภทกิจการที่จะได้รับการส่งเสริม รวมถึงการยกเลิกส่งเสริมตามเขตส่งเสริมการลงทุน 13 ไปให้สิทธิส่งเสริมการลงทุนให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ประเด็นที่กังวล คือ ธุรกิจถูกยกการส่งเสริมการลงทุนใหม่ แต่พบว่าในกิจการนั้นๆ มีการใช้เทคโนโลยีต่างกัน บางส่วนนำเทคโนโลยีสูงมาใช้ซึ่งตรงกับแนวนโยบายที่ต้องการให้เกิดขึ้น ทำให้ในการปรับปรุงก่อนประกาศยุทธศาสตร์ต้องมีการลงรายละเอียดเป็นรายกิจการมากขึ้น
สำหรับข้อกังวลการยกเลิกการส่งเสริมจากรายพื้นที่ (โซนนิง) ไปเป็นการส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในภูมิภาคนั้น อุดมกล่าวว่า ส่วนนี้คงยืนตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แต่จะมีการทบทวนให้สำหรับการลงทุนในโซนห่างไกล หรือโซน 3 อย่างไรก็ตามคงไม่ทบทวนให้สำหรับกิจการที่ลงทุนในเขต 1 ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และเขต 2 ได้แก่ จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ







