posttoday
เสรีอย่างไร?

เสรีอย่างไร?

20 กุมภาพันธ์ 2556

ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ปี ค.ศ. 2015 ได้กำหนดการเคลื่อนย้ายเสรีไว้ทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือ

ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ปี ค.ศ. 2015 ได้กำหนดการเคลื่อนย้ายเสรีไว้ทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือ

ด้านหนึ่งที่ผมเชื่อว่าน่าจะทำให้ทุกท่านหนาวๆ ร้อนๆ อยู่ไม่น้อยคือการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี จะทำให้สินค้าจากประเทศอาเซียนทะลักเข้ามาและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการไทยหรือไม่

ข้อเท็จจริง คือ อาเซียนได้มีการทยอยลดภาษีศุลกากรระหว่างกันมาตั้งแต่ปี 1993 ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) จนอัตราภาษีศุลกากรของสมาชิกเดิม (บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) เหลือศูนย์ ส่วนอัตราภาษีศุลกากรของสมาชิกใหม่ (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 5% และจะลดลงเหลือศูนย์ในปี 2015 ดังนั้นการค้าขายสินค้าระหว่างอาเซียนด้วยกันในปี 2015 น่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

หรือหากมีสินค้าจากสมาชิกอาเซียนอื่นทะลักเข้ามามากจนเกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการจริง เราก็ยังสามารถใช้มาตรการปกป้อง (Safeguard) ขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว

ในเมื่อไม่สร้างความเดือดร้อน แล้วสร้างประโยชน์หรือไม่ เพียงใด?

การค้าเสรีให้ประโยชน์ครับ แต่ยังไม่ได้หมายความว่าได้ประโยชน์ 100% เพราะการค้าเสรีไม่ได้ยกเลิกภาษีทั้งหมด แต่ยกเลิกเพียงภาษีส่วนใหญ่ (Substantially all Trade) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อาเซียนมีความคืบหน้าในด้านการลดภาษีมาก โดยกลุ่มสมาชิกเดิมมีอัตราภาษีเฉลี่ย 0.5% ส่วนในกลุ่มสมาชิกใหม่เฉลี่ย 2.6% ประเทศสมาชิกยกเว้นสิงคโปร์และอินโดนีเซียยังมีรายการสินค้าอ่อนไหวคงไว้ที่อัตรา 5% ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเกษตร เช่น เนื้อสัตว์บางชนิดผักและผลไม้บางชนิด พืชบางชนิด ไข่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ฯลฯ และรายการสินค้าอ่อนไหวสูง คือ ข้าวและน้ำตาล ที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียยังคงอัตราภาษีนำเข้าที่ 535%

ด้านการกีดกัน แม้อาเซียนจะกำหนดให้ประเทศสมาชิกยกเลิกมาตรการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี (NTMs) ภายในกำหนดเวลาเดียวกับภาษีศุลกากร แต่ประเทศสมาชิกหลายประเทศยังคงมาตรการดังกล่าวกีดกันการค้าระหว่างกัน รวมทั้งประเทศไทยที่มีมาตรการกำหนดช่วงเวลานำเข้า ด่านนำเข้า คุณสมบัติผู้นำเข้า มาตรการสุขอนามัยและโรคพืช เข้มงวดกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า การตรวจสอบสารเจือปนและ GMO ฯลฯ สำหรับการนำเข้าสินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น ชา กาแฟ ถั่วเหลือง ปาล์ม และนม เป็นต้น

ผู้ประกอบการที่คาดหวังจะได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี คงยังต้องรออีกสักพักครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท