
จีนช่วยเอสเอ็มอีระดมทุน
เดินหน้าตลาดโอทีซีเปิดซื้อขายหุ้นโดยตรงคาดต่อสายป่านรายย่อยนับล้านแห่ง
เดินหน้าตลาดโอทีซีเปิดซื้อขายหุ้นโดยตรงคาดต่อสายป่านรายย่อยนับล้านแห่ง
ทางการจีนเปิดตลาดรองซื้อขายหุ้นโดยตรงทั่วประเทศ ช่วยธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงเงินทุนได้สะดวกขึ้น
ทางการจีนเตรียมเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กนับล้านแห่งทั่วประเทศสามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการขยายโครงการตลาดโอทีซี หรือตลาดซื้อขายหุ้นโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ให้ครอบคลุมไปทั่วประเทศจีน จากเดิมที่เป็นเพียงโครงการทดลองในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2006 เพื่อช่วยให้บรรดาธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างสะดวกมากขึ้น
บริษัท เนชันนัล อิควิตี เอ็กซ์เชนจ์ แอนด์ โควเทชัน (เอ็นอีอีคิว) ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกำกับดูแลตลาดโอทีซีทั่วประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งเงื่อนไขทางการเงินต่อบริษัทที่ต้องการเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดโอทีซี ทว่าบริษัทที่ต้องการซื้อขายต้องมีหุ้นจำนวนอย่างน้อย 1,000 หุ้นขึ้นไป ซึ่งลดลงจากที่เคยกำหนดไว้ถึง 3 หมื่นหุ้น ในช่วงที่เป็นโครงการทดลองเบื้องต้น
โครงการดังกล่าวยังปรับแก้ผ่อนปรนกฎระเบียบอีกหลายด้าน เพื่อเอื้อให้บริษัทขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมได้มากขึ้น อาทิ การเปิดให้นักลงทุนสถาบันเข้าร่วมซื้อขายได้โดยมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านหยวนขึ้นไป ขณะที่นักลงทุนส่วนบุคคลต้องมีพอร์ตการลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านหยวน
บริษัท เอ็นอีอีคิว ระบุด้วยว่า ทางการจีนยังมีแผนที่จะเสนอระบบผู้ทำตลาด (Market Maker) หรือระบบที่อาศัยบุคคลที่ 3 เป็นโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้น ให้เข้ามามีส่วนผลักดันการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กในจีนให้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดเอสเอ็มอีในประเทศจะมีสภาพคล่องมากเพียงพอ
การขยายโครงการตลาดโอทีซีครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดเล็กในจีน ซึ่งประสบปัญหาการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ ขณะที่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ตามปกตินั้น ก็มีข้อจำกัดมากเกินไปสำหรับบรรดาธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้ภาคธุรกิจรายย่อยในจีนต่างประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ ตลาดโอทีซีนับเป็นโครงการทดลองที่เริ่มต้นขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2006 โดยเบื้องต้นจำกัดการซื้อขายหุ้นเฉพาะบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูง ก่อนที่จะขยายพื้นที่ไปในนครเซี่ยงไฮ้ หวู่ฮั่น และเทียนจิน ในเวลาต่อมา
ขณะที่บริษัท เอ็นอีอีคิว ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านหยวนนั้น มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีน โดยอยู่ภายใต้การกำกับร่วมของ 6 หน่วยงานหลัก อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติจีน ตลาดเซี่ยงไฮ้ ตลาดเสิ่นเจิ้น และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เอสดีซีซี ซึ่งเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งชาติของจีน







