
บลจ.กรุงศรีมองสูงเล็งเป้าหุ้น1800
บลจ.กรุงศรี ประเมินดัชนีสูงสุดปีนี้ 1,800 จุด ความเชื่อมั่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาทหนุน
บลจ.กรุงศรี ประเมินดัชนีสูงสุดปีนี้ 1,800 จุด ความเชื่อมั่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาทหนุน
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทประเมินกรอบดัชนีสูงสูดของปีนี้อยู่ที่ 1,800 จุด และแนวรับที่ 1,300-1,350 จุด
ปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีปรับขึ้นมาจากมาตรการรถคันแรกที่ส่งมอบรถต่อเนื่องมาถึงปีนี้ และการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่พยายามผลักดันให้ผ่านคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาภายในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นประเด็นหลักที่เรียกความเชื่อมั่นผู้ลงทุนได้
นอกจากนี้ ประเมินอัตราการเติบโตกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ที่ 17% และอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ 6.7%
“หุ้นไทยปีนี้จะสดใสต่อเนื่องจากปีก่อน เพราะยังมีระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 13 เท่า และมีโอกาสปรับขึ้นตามประเทศฟิลิปปินส์ซึ่ง พี/อี 17.5 เท่า และอินโดนีเซีย 15 เท่า แต่นักลงทุนต้องระวัง เพราะปกติหุ้นไทยจะผันผวน ซึ่งปีที่ผ่านมาความผันผวนลดลงเหลือ 16% จากปกติอยู่ที่ 30-40%” นายประภาส กล่าว
อย่างไรก็ดี มองว่า ขณะนี้ภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นยังไม่เกิด เพราะที่ผ่านมาจุดที่เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) จะอยู่ที่ 3 เท่า หรือดัชนีอยู่ที่ 1,900-2,000 จุด หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 19 ล้านล้านบาท ซึ่งเทียบกับปัจจุบันที่ ดัชนีระดับ 1,500 จุด P/BV ที่ 2.3 เท่า และมาร์เก็ตแคปที่ 12.7 ล้านล้านบาท
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่ บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 1.53 แสนล้านบาท โดยจะเน้นขยายกองทุนเก่าและตั้งเป้าเป็น บลจ.ที่ให้อัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตั้งเป้าเพิ่มบัญชีลูกค้าเพิ่มเป็น 1.65 แสนบัญชี จากปีก่อนอยู่ที่ 1.2 แสนบัญชี โดยเพิ่มจากการใช้เครือข่ายของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีสาขากว่า 6,000 สาขา และให้เกิดธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยปีที่ผ่านมาลูกค้าทำรายการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตถึง 42% ของยอดธุรกรรมทั้งหมด
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2555 บริษัทสามารถขยายสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 5 หมื่นล้านบาท หรือ 48% จากปี 2554 ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนรวมที่มีอัตราการเติบโต 21% นอกจากนั้น มีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 54% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้ลงทุนมอบให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







