
จี้รัฐแจงไอแบงค์ยังมั่นคงวอนปชช.อย่าถอนเงิน
กมธ.จี้รัฐบาลแจงให้ชัดไอแบงก์ยังมั่นคง พร้อมวอนปชช.อย่าแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร ย้ำส่งผลเสียมากกว่าดี
กมธ.จี้รัฐบาลแจงให้ชัดไอแบงก์ยังมั่นคง พร้อมวอนปชช.อย่าแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร ย้ำส่งผลเสียมากกว่าดี
นายสามารถ มะลูลีม สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการชายแดน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายประวัฒน์ อุตโมท รองประธานกมธ.คนที่ 1 และนายรักษ์ วรกิจโภคาทร รองกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงค์) ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันและออกแถลงการณ์ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าธนาคารอิสลามฯ จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะเป็นธนาคารที่รัฐบาลดำเนินการ 100 % เนื่องจากขณะนี้ ช่วงเวลา 15 วัน ที่ผ่านมา มีประชาชนถอนเงินออกไปแล้ว กว่า 5 พันล้านบาท
ขณะที่ นายประวัฒน์ กล่าวว่า กมธ.ได้พิจารณาติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาสถานภาพของธนาคารอิสลามฯ กรณีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอฟ) ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และจากการชี้แจงของธนาคารอิสลามฯพบว่า ธนาคารอยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ได้ก่อให้เกิดหนี้เสียเกินกว่าเหตุ
“ขณะนี้มีหนีเสียอยู่ 2.4 หมื่นล้านบาท แต่ภายใน 2 ปี ผลการดำเนินการของธนาคารจะสามารถเรียกหนี้คืนหลับมาได้ 50 % หรือ 1.2 หมื่นล้านบาท จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนกตกใจ อย่าด่วนถอนเงินออกจากธนาคาร เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี”นายประวัฒน์ กล่าว
ด้านนายรักษ์ กล่าวว่า ธนาคารอิสลามมีแผนรับมือและจัดการกับวิกฤตในขณะนี้ได้ ไม่ต้องมีความเป็นห่วง ส่วนการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้แบ่งเป็น 2 ตระกร้า โดยมีแผนปรับโครงสร้างหนี้ปีละ 6,000 ล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งคิดว่าจะปรับโครงสร้างหนี้ได้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็อาจเจรจาดำเนินคดียืดอายุวงเงินสินเชื่อออกไป คอนเวิสลองเทอมโลน และอิงเจ๊ทเงินออกไป ซึ่งมีแผนอยู่แล้ว สำหรับพอร์ทเงินฝากก็สามารถดูแลประชาชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวมีการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกียวกับระยะเวลาปรับปรุงโครงสร้างหนี้







