posttoday
ธีระชัย ดัน 2 แบงก์รัฐควบรวมกรุงไทย

ธีระชัย ดัน 2 แบงก์รัฐควบรวมกรุงไทย

20 กุมภาพันธ์ 2556

อดีตขุนคลัง เสนอทางรอดแก้หนี้เน่าธนาคารรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ ไอแบงก์ และเอสเอ็มอีแบงก์ ควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และควบคุมความเสี่ยงได้มากกว่า เพื่อตัดตอนหนี้เน่าที่มีรวมกันราว 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจเป็นภาระให้กระทรวงการคลังต้องใส่เงินเพิ่มทุนถึง 2 หมื่นล้านบาท

อดีตขุนคลัง เสนอทางรอดแก้หนี้เน่าธนาคารรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ ไอแบงก์ และเอสเอ็มอีแบงก์ ควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และควบคุมความเสี่ยงได้มากกว่า เพื่อตัดตอนหนี้เน่าที่มีรวมกันราว 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจเป็นภาระให้กระทรวงการคลังต้องใส่เงินเพิ่มทุนถึง 2 หมื่นล้านบาท

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ว่า เห็นควรให้ควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย โดยให้รัฐชดเชยความเสียหายให้กับธนาคารกรุงไทย ถือเป็นทางออกที่เสียเงินภาษีประชาชนเพียงครั้งเดียว เนื่องจากเกรงว่าหากใส่เงินเพิ่มทุนให้ 2 แบงก์อีก วันหนึ่งข้างหน้าก็อาจกลับมาเป็นหนี้เสียได้อีก

ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะให้เอสเอ็มอีแบงก์ควบรวมกับธนาคารออมสิน เพราะออมสินไม่ควรปล่อยกู้ธุรกิจ แต่ควรปล่อยกู้รายจิ๋ว พ่อค้า แม่ค้า นาย ก. นาย ข. เพราะออมสินมีสายในตลาดสามารถเดินพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้าในตลาดได้ ซึ่งที่ผ่านมาออมสินไปปล่อยกู้ให้ธุรกิจ ห้างร้าน ถือว่าไม่เหมาะ หากจะให้ออมสินทำธุรกิจแข่งกับธนาคารพาณิชย์ก็ควรแข่งกันปล่อยกู้รายจิ๋วก็พอ

สำหรับการเสนอให้เอสเอ็มอีแบงก์ควบรวมกับธนาคารกรุงไทย เพราะเชื่อว่าธนาคารกรุงไทยมีความเชี่ยวชาญเรื่องเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไหนๆ ก็ลงมาปล่อยกู้เอสเอ็มอีกันหมดแล้ว เช่นเดียวกับกรณีของไอแบงก์ ที่เห็นควรให้ควบกิจการกับกรุงไทย เพราะกรุงไทยเคยมีแผนกพิเศษที่จะให้กู้แบบอิสลามได้อยู่แล้ว จึงน่าสานต่อธุรกิจนี้ต่อไปได้ รวมทั้งมีระบบการบริหารที่รัดกุม จะสามารถป้องกันปัญหามิให้เกิดปัญหาหนี้เสียได้อีกในอนาคต

แต่ถ้ากรณีที่กระทรวงการคลังเลือกใส่เงินเพิ่มทุนให้ 2 แบงก์รัฐนี้อีก เห็นว่าควรมีการออกกฎหมายเพื่อขีดเส้นทางทำงานของธนาคารทั้ง 2 แห่งให้เดินตามกรอบให้ชัดเจน เช่น กรณีของไอแบงก์ต้องปล่อยกู้เฉพาะรายย่อย รายเล็กรายน้อยเท่านั้น ไม่ควรไปแข่งปล่อยกู้รายใหญ่กับธนาคารพาณิชย์เช่นที่ผ่านมา

“ถามว่าการใส่เงินเพิ่มทุนจะคุ้มมั้ย ปัจจุบัน 2 แบงก์นี้เหมือนรถใส่เกียร์ว่าง ถ้าจะลุยต่อต้องเพิ่มทุน รถถึงใส่เกียร์เดินหน้าได้ อย่างไอแบงก์ถ้าให้ต่อต้องบีบกรอบให้แคบ แต่ถ้าจะโอนให้กรุงไทยก็ต้องชดเชยให้กรุงไทยให้ครบถ้วน ถือว่าเจ็บครั้งเดียว”

อดีต รมว.คลัง ยังกล่าวอีกว่า ถึงเวลาที่ต้องตั้งหลักกันใหม่ว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของรัฐบาล จะทำผ่านธนาคารรัฐหรือเอกชน ซึ่งเห็นว่าเราไม่เหมือนกับจีน ที่ใช้ธนาคารรัฐทำธุรกิจแทนเอกชนจนใหญ่โต

ทั้งนี้ เห็นว่าการให้ธนาคารรัฐทำธุรกิจแข่งกับธนาคารพาณิชย์ไม่เหมาะ เพราะรัฐไม่ควรแข่งกับเอกชน ซึ่งธนาคารรัฐควรเข้าไปเฉพาะที่เอกชนมีช่องโหว่ เพื่อช่วยให้การบริการครบถ้วนสมบูรณ์แก่คนทุกกลุ่ม จนเมื่อธนาคารพาณิชย์ให้บริการได้ครบสมบูรณ์แล้ว ธนาคารรัฐก็ควรถอนตัวเหมือนกรณีของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือไอเอฟซีที ตั้งขึ้นในปี 2495 เพื่อเน้นหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวให้กู้แก่โครงการอุตสาหกรรม แต่เมื่อทำมาเป็นเวลา 50 ปี บทบาทของบรรษัทก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป ในปี 2546 รัฐบาลจึงได้ควบรวมกับธนาคารทหารไทย นับเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

สำหรับกรณีโครงการประชานิยมนั้น เห็นว่าธนาคารรัฐไม่ได้เสียหายจากประชานิยม ซึ่งกรณีของไอแบงก์ และเอสเอ็มอีแบงก์ ความเสียหายได้เกิดขึ้นและสะสมมานาน ซึ่งกรณีที่เสียหายจากโครงการรัฐบาลก็มีการตั้งงบชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ผลจากการที่ถูกการเมืองเข้าแทรก ทำให้เกิดแรงกดดันจากการเมือง ทำให้การบริหารจัดการแบงก์ทำได้ไม่เต็มที่มากกว่า

ทั้งนี้ ผลดำเนินงานไอแบงก์ ล่าสุดมีสินทรัพย์ 1.3 แสนล้านบาท สินเชื่อ 1.18 แสนล้านบาท เงินฝาก 1.16 แสนล้านบาท กรณีที่หนี้เสีย 2.4 หมื่นล้านบาท (จัดชั้นตามเกณฑ์ปกติ) คิดเป็น 22.6% ของสินเชื่อคงค้าง ตั้งสำรองแล้ว 1 หมื่นล้านบาท จะทำให้บีไอเอสอยู่ที่ 4.85% กรณีที่หนี้เสีย 3.9 หมื่นล้านบาท (จัดชั้นคุณภาพตามเกณฑ์ ธปท.) คิดเป็น 30% ของสินเชื่อคงค้าง ต้องตั้งสำรองเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาท จะทำให้บีไอเอสติดลบ 5% ขอเงินเพิ่มทุน 1.4 หมื่นล้านบาท

สำหรับเอสเอ็มอีแบงก์ มีสินทรัพย์ 1 แสนล้านบาท สินเชื่อ 9.7 หมื่นล้านบาท มีตั๋วพีเอ็น 9 หมื่นล้านบาท มีหนี้เสีย 3.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 40% ของสินเชื่อคงค้าง บีไอเอสติดลบ 0.95% ขอเพิ่มทุน 3,000-6,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี