posttoday
เอ็มเอสไอจีเพิ่มสาขาปั๊มเบี้ย

เอ็มเอสไอจีเพิ่มสาขาปั๊มเบี้ย

20 กุมภาพันธ์ 2556

ทุ่ม20ล้านขยาย5แห่งตามชายแดนตั้งเป้ายอดขาย5พันล.รับเปิดเออีซี

ทุ่ม20ล้านขยาย5แห่งตามชายแดนตั้งเป้ายอดขาย5พันล.รับเปิดเออีซี

เอ็ม เอส ไอ จี รุกขยายสาขาทั่วประเทศ ดันเบี้ยแตะ 5,000 ล้านบาทรับเออีซี

นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 2556 นี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาย่อยในต่างจังหวัดครอบคลุมทุกภาคในประเทศไทยอีก 5 สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท โดยเน้นจังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกำลังมองหาพื้นที่ใน จ.เชียงราย อุบลราชธานี ระยอง เพื่อบริการแก่ลูกค้าที่ข้ามไปมาตามชายแดน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 12 สาขา

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดบริการขาย ซื้อ และบริการประกันภัยผ่านระบบออนไลน์ ที่ให้ตัวแทน นายหน้า และลูกค้า สามารถเข้ามาใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันดังกล่าว เพื่อติดต่อกับบริษัทได้โดยตรง เช่น การเคลมกรณีที่ไม่มีคู่กรณีผ่านออนไลน์ การค้นหาอู่ในเครือ โรงพยาบาล การเรียกบริการลากรถฉุกเฉินบนท้องถนน และการซื้อประกันการเดินทาง

สำหรับการให้บริการสินไหมรถยนต์ลูกค้าองค์กร ที่มีการทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทครั้งละ 200300 คัน ทางบริษัทจะส่งพนักงานเคลมไปประจำที่บริษัทนั้นๆ โดยใช้ไอแพดทำเคลมออนไลน์ตรงมาที่บริษัทได้ทันที

"เราได้ทำการลงโฆษณาเพื่อสร้างชื่อของบริษัทให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้ง่ายในการไปทำตลาดต่างจังหวัดให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเรามากขึ้น โดยจะทำไตรมาสละครั้ง ซึ่งไตรมาสแรกใช้งบโฆษณาประมาณ 10 ล้านบาท"นายรัฐพล กล่าว

“สิ่งที่เราทำเพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายฐานลูกค้าออกต่างจังหวัดให้มากขึ้น และรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 และตั้งเป้าทำเบี้ยไว้ที่ 5,000 ล้านบาท จากปี 2555 ที่ผ่านมาทำได้ 3,100 ล้านบาท” นายรัฐพล กล่าว

สำหรับปี 2556 ตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวมไว้ 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% และปี 2557 จะมีเบี้ยรับรวมเพิ่มเป็น 4,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% โดยไม่ต้องทำการเพิ่มทุนใหม่

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้จะขยายฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นให้มีสัดส่วนเป็น 50% จากปัจจุบันที่ 46% เน้นทำตลาดรถยนต์ที่มีขนาด 2,000 ซีซีขึ้นไป เพราะเป็นตลาดที่มีกำไร ส่วนรถใหม่ป้ายแดงขนาดเล็ก จะไม่ไปแข่งขันเพราะเบี้ยต่ำเฉลี่ยคันละ 1.21.3 หมื่นบาทต่อปี ขณะที่บริษัทขายอยู่ประมาณ 1.71.8 หมื่นบาทต่อปี

นอกจากนี้ จะขยายฐานลูกค้าประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(พีเอ) ที่มีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก และเป็นตลาดที่บริหารจัดการได้ง่าย มีกำไรดี

ขณะที่ ประกันภัยทรัพย์สิน ยังคงใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการพิจารณารับประกันภัย เพราะมีบทเรียนจากปี 2554 ที่ลูกค้าบริษัทประสบปัญหาน้ำท่วมต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงถึง 1.3 หมื่นล้านบาท โดยถึงปัจจุบันเหลือสินไหมคงค้างประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่จะต้องจัดการจ่ายชดเชยให้เสร็จภายในมิ.ย.นี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองในระยะยาว

"แต่ที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายเองมีประมาณ 200300 ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลือทำประกันภัยต่อกับบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับระดับ A และ A + ขึ้นไปทำให้ไม่มีปัญหาในการเรียกเงินคืน แต่ก็ต้องแลกกับเบี้ยประกันภัยที่ยังสูง ไม่ได้ลดลงเหมือนบริษัทอื่น แต่เราก็ยอมเพื่อความมั่นใจและสบายใจว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้นเขาจ่ายเราแน่"นายรัฐพล กล่าว

นายรัฐพล กล่าวว่า ปี 2555 บริษัทเริ่มมีกำไร จากที่ขาดทุนในปี 2554 ประมาณ 200 ล้านบาท แต่กำไรยังไม่สามารถชดเชยการขาดทุนในปี 2554 ได้หมด แต่ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี ส่วนใหญ่จะเป็นกำไรจากการลงทุนที่ทางบริษัทได้ว่าจ้างมืออาชีพเข้ามาบริหาร และปีนี้คาดว่าจะยังสามารถทำกำไรได้มากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ระหว่างการสอบทานของผู้สอบบัญชี

สำหรับ ผลดีจากการเปิดประชาคมอาเซียนนั้น ทางบริษัทมีความได้เปรียบเพราะอยู่ในกลุ่มเอ็มเอสไอจี ที่มีสาขาและสำนักงานตัวแทนอยู่ใน 9 ประเทศสมาชิกอาเซียนครบแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีการเกื้อหนุนธุรกิจระหว่างกัน ในการให้ดูแลลูกค้าของแต่ละประเทศที่ย้ายเข้าไปทำธุรกิจใน 9 ประเทศอาเซียน เช่น ลูกค้าของเอ็มเอสไอจี ในสิงคโปร์ เข้ามาทำธุรกิจในไทย ทางสิงคโปร์จะให้เอ็มเอสไอจี ไทย เป็นผู้รับประกันภัย

"หรือลูกค้าเราเข้าไปลาว แล้วเกิดเคลมที่นั้น เราก็ให้เอ็มเอสไอจี ที่ลาวทำเคลมให้ รวมทั้งนายหน้าอินเตอร์ที่เข้าไปทำธุรกิจในแต่ละประเทศ ที่เคยทำธุรกิจกับเราในไทย ก็สามารถทำธุรกิจกับเอ็มเอสไอจีในประเทศอื่นได้ เราก็จะแนะนำไป"นายรัฐพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท