
จากนักท่องเที่ยวสู่นักธุรกิจสาวผู้ดีผุด "ร็อกเทลส์"รับปาร์ตี้
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
ภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องลดปาร์ตี้ตามผับบาร์และหันมาสังสรรค์ภายในบ้านกันมากขึ้น เช่นที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งพบว่าแต่ละครัวเรือนใช้จ่ายถึงราวปีละ 566 ปอนด์ (ราว 2.6 หมื่นบาท) เพื่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มที่บ้าน และทำให้ตลาดนี้เติบโตถึง 1.5 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 6.75 แสนล้านบาท)
การเติบโตเช่นนี้เองที่ทำให้สองสาวรุ่นใหม่ นาโอมิ คิบเบิล และ เฮเลน แมคเอวอย มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจริเริ่มธุรกิจค็อกเทลสำเร็จรูป “ร็อกเทลส์” (Rocktails) ซึ่งทำเองที่บ้านได้ง่าย แต่มีคุณภาพสูงเหมือนที่มีขายตามค็อกเทล บาร์ เพื่อเติมช่องว่างทางการตลาดนี้ขึ้นมา
แรกเริ่มเดิมทีนั้น คู่หูคู่นี้เป็นนักดื่มนักเที่ยวตัวยงตามผับรอบลอนดอน แต่ปัญหาของทั้งคู่คือ ไม่สามารถกลับมาเขย่าค็อกเทลทำเองที่บ้านให้รสชาติทัดเทียมตามบาร์ต่างๆ ได้
“ในการจัดปาร์ตี้แต่ละครั้ง วัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้นั้นมีราคาแพง การผสมวัตถุดิบและการทุบน้ำแข็งก็อาจจะทำให้เลอะเทอะได้ และที่สำคัญไม่มีใครอยากใช้เวลาอยู่ภายในห้องครัว ในขณะที่คนอื่นกำลังสังสรรค์กันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น” เฮเลน กล่าว
ทั้งคู่หาไอเดียอยู่นานจนในที่สุด ไอเดียในการทำเครื่องดื่มค็อกเทลสำเร็จรูปก็เริ่มต้นขึ้นในระหว่างที่นาโอมิเปิดท้ายขายเหล้าปั่นที่ชายหาดคอร์นวอล
ทั้งสองคนเริ่มทำการวิจัยตลาดและพบว่า พรีมิกซ์ ค็อกเทลส์ ที่วางขายอยู่จำนวนมากนั้นไม่ได้ผสมแอลกอฮอล์ประเภทตามที่ระบุไว้ แต่จะผสมไวน์และกลิ่นของแอลกอฮอล์นั้นๆ แทน ซึ่งหากเป็นอาหารทั่วไป ฉลากสินค้าจะระบุวัตถุดิบอย่างละเอียด ต่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่เปิดช่องว่างไว้ ทำให้ผู้ผลิตเหล่านี้รอดตัวไปได้
ร็อกเทลส์จึงเกิดขึ้นมาบนความคิดที่ว่า วัตถุดิบที่ใช้แม้จะไม่หลากหลายมาก แต่จะต้องเป็นของจริง ปราศจากรสและสีสังเคราะห์ ซึ่งรวมถึงการใช้วอดก้าของจริงด้วย ทำให้สินค้าของพวกเขามีคุณภาพทัดเทียมกับที่หาได้ตามค็อกเทล บาร์ ในรูปแบบสำเร็จรูปพร้อมบริโภคเองได้ง่ายที่บ้าน โดยเป็นค็อกเทลผสมแล้วแช่แข็ง สามารถบีบออกจากบรรจุภัณฑ์ลงในภาชนะ พร้อมบริโภคได้ทันที
สองสาวนาโอมิและเฮเลน ตัดสินใจเปิดบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2553 โดยใช้เงินตั้งต้นกว่า 6.3 หมื่น ปอนด์ (ราว 2.9 ล้านบาท) จากเงินทุนส่วนตัวและหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ อาทิ เชลล์ ไลฟ์ไวร์ นอกจากนี้ หลังจากเข้าประกวดการตลาดในหลายเวที ร็อกเทลส์ก็เตะตาบริษัทการตลาดรายใหญ่ อย่าง พัลส์ กรุ๊ป ที่เข้ามาช่วยทำการตลาดตั้งแต่การสร้างแบรนด์ ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนถึงทำแคมเปญต่างๆ
ยุทธศาสตร์การตลาดของร็อกเทลส์ จะเน้นทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง และใช้การแจกรางวัลทางเฟซบุ๊ก และโปรโมตตามการแข่งขันรักบี้ที่คาร์ดิฟ เพื่อทำให้เกิดการพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกทวิตเตอร์ของอังกฤษ
ที่ผ่านมา ร็อกเทลส์สามารถขายได้หมดเกลี้ยงทางเว็บไซต์ Sainsburys.co.uk และมียอดสั่งซื้อเข้ามามากจากทางร้านค้าท็อปช็อป และเอ็มทีวี เพื่อใช้ในงานอีเวนต์ต่างๆ ที่สำคัญ นาโอมิและเฮเลนยังได้มีโอกาสเข้าพบเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เพียงสองอาทิตย์หลังจากเปิดตัวสินค้าอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าร็อกเทลส์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
“สิ่งที่ท้าทายที่สุด คือการทำสินค้าให้ขายได้จริง และเมื่อทำได้ภายในเวลาและงบประมาณเพียงครึ่งเดียวจากสิ่งที่ปรึกษาทางธุรกิจได้แนะนำไว้ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรยากอีกแล้ว” สองสาวกล่าวทิ้งท้าย







