
ดึงเอกชนปั้นนิคมเชียงของ
หวังเชื่อมคุนหมิงกระจายสินค้าเข้าจีนคาดประกาศประมูลได้มี.ค.นี้
หวังเชื่อมคุนหมิงกระจายสินค้าเข้าจีนคาดประกาศประมูลได้มี.ค.นี้
ชงบอร์ด กนอ.อนุมัติสิทธิประโยชน์ดึงเอกชนร่วมพัฒนานิคมโลจิสติกส์เชียงของ หวังเชื่อมคุนหมิง
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า จะเสนอคณะกรรมการ กนอ. ในการประชุมวันที่ 28 ก.พ. พิจารณาและอนุมัติสิทธิประโยชน์จูงใจสำหรับเอกชนที่จะเข้าร่วมลงทุนนิคมอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ อ.เชียงของ จ.เชียงราย และหากคณะกรรมการอนุมัติคาดว่าจะสามารถประกาศให้เอกชนที่สนใจเข้าประมูลเพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการได้ในเดือน มี.ค.นี้
“สิทธิพิเศษที่จะให้ประกอบด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการนิคมอุตสาหกรรมกับ กนอ. รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารสำนักงานเพื่อใช้สำหรับงานด้านศุลกากรและคลังสินค้า รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และช่วยสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน” นายวีรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ นิคมบริการเชียงของ จะเป็นนิคมบริการโลจิสติกส์ที่เชื่อมกับนิคมบริการโลจิสติกส์เถิงจวิ้น เมืองคุนหมิง เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน ซึ่งรัฐบาลจีนประกาศเป็นจุดยุทธศาสตร์ประเทศที่จะกระจายสินค้าจีนเข้าสู่อาเซียน ซึ่งเริ่มก่อสร้างปี 2556 และจะแล้วเสร็จปี 2558 ซึ่งล่าสุด กนอ.มีโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าไปตั้งนิคมบริการของ กนอ.ในพื้นที่ของนิคมบริการเถิงจวิ้นด้วย
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า การพัฒนานิคมบริการเชียงของ เป็นการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมตามระเบียงเศรษฐกิจ R3A โดยการให้เอกชนร่วมดำเนินการ โดยเอกชนต้องมีที่ดินประมาณ 200300 ไร่ สำหรับการพัฒนานิคม และคาดว่าผู้ประกอบการต้องใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ใช้เวลาพัฒนาโครงการ 2 ปี
นอกจากโครงการนิคมบริการโลจิสติกส์เชียงของแล้ว การนิคมอุตสาหกรรมยังมีแผนดำเนินการโครงการนิคมบริการโลจิสติกส์น้ำพุร้อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมตามระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก โดยนิคมฯน้ำพุร้อนจะเป็นตัวเชื่อมการขนส่งสินค้าจากเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ประเทศพม่า
โครงการนิคมฯน้ำพุร้อน อยู่ระหว่างการของบประมาณลงทุนจำนวน 1,900 ล้านบาท จากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติเนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้แนวทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ขณะเดียวกัน การตั้งนิคมบริการในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายนั้น ยังอยู่ในช่วงของการศึกษาไปพร้อมกับการดูทิศทางการพัฒนาและความชัดเจนของการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย
นายวชิรศักดิ์ เล้าประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาครัฐควรพัฒนาถนนที่เชื่อมกับนิคมอุตสาหกรรมชายแดนเชียงของให้มีช่องจราจรเพียงพอรองรับกับจำนวนรถบรรทุกที่จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการค้าการขนส่งในอนาคต และควรสร้างศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จให้พร้อมเพื่อให้รถบรรทุกที่ผ่านด่านติดต่อที่จุดเดียวเหมือนที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อประหยัดเวลา
นอกจากนี้ กนอ.ยังมาผลักดันนิคมอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ที่เชียงของเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และถ้าปล่อยให้ภาคเอกชนดำเนินการเองทั้งหมดจะไม่มีทางพัฒนาได้ เพราะการตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จต้องประสานหลายหน่วยให้มาอยู่จุดเดียวกัน
นายวิบูลย์ ตั้งกิตติภาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา กล่าวว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 2555 รัฐบาลจีนประกาศนโยบายพัฒนาตำบลขึ้นมาเป็นเมือง ซึ่งนโยบายดังกล่าวทำให้ราคาปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นทันที เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ในอนาคตสูงขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนต้องการให้แรงงานส่วนเกินในชนบทเข้าไปทำงานในเมืองใหม่ที่จะพัฒนาขึ้น และไม่ต้องเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ปัจจุบัน ซึ่งในเมืองใหม่จะมีพื้นที่อุตสาหกรรมและการค้ารองรับ จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะเข้าไปร่วมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในตอนใต้ของจีนเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต







