
รับลูก?
ใครที่ได้ฟัง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยเมื่อวันที่ 18 ก.พ. อาจรู้สึกเหมือนกับว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มานั่งแถลงข่าวด้วยตัวเองเสียอีก
ใครที่ได้ฟัง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยเมื่อวันที่ 18 ก.พ. อาจรู้สึกเหมือนกับว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มานั่งแถลงข่าวด้วยตัวเองเสียอีก
เพราะตัวเลขทุกอย่าง “ดูดี” ไปหมด โดยเฉพาะโครงการรถคันแรก การพยุงราคาสินค้าเกษตร การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ล้วนเป็นแรงขับดันเศรษฐกิจไทยปีที่แล้วเติบโตแบบติดจรวด 6.4% เพราะเพิ่มกำลังซื้อให้คนไทยได้มีกำลังจับจ่ายใช้สอยระดับ “ดีเยี่ยม”
เลขาฯสภาพัฒน์ ยังหวังว่าปีนี้รัฐบาลจะมีมาตรการที่ทำให้คนมั่นใจว่าจะมีกำลังใช้จ่ายต่อเนื่อง
งานนี้ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง “โครงการรับจำนำข้าว” เพราะเกรงว่าจะไปแสลงหูใครเข้า ก็อาจถึงขั้นหูชาได้ แต่ไม่เป็นไร เขามี “ดาบสอง” เนื่องด้วยสัปดาห์หน้าจะมีแถลงข่าวจีดีพีสังคม แว่วว่า “ทีมงาน” เตรียมจัดหนักเรื่องหนี้สินครัวเรือนและเอ็นพีแอล
แต่ที่แน่ๆ งานนี้ เลขาฯ อาคม “เปิดไต๋” หนุนการลดอัตราดอกเบี้ยเต็มสูบ จะลด 25 สตางค์ หรือ 2 สลึงก็ได้ ไม่มีเกี่ยง
ถ้ายังสกัดไม่ได้อาจต้องมีการนำยาแรงมาใช้ ขอเพียงให้สกัดเงินร้อนที่ยกทัพมาจากต่างประเทศได้เป็นพอ เพราะไม่เช่นนั้นการส่งออกจะแย่ อุปสงค์ในประเทศแผ่ว เพราะยากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นหมดอายุ
แนวคิดละม้ายคล้ายกับท่านกิตติรัตน์ และ ดร.โกร่ง ที่อยากเห็นการลดดอกเบี้ยเพื่อสกัดบาทแข็งเป๊ะ
ได้ยินอย่างนี้ใครบางคนคงปลื้มใจน่าดู







