posttoday
ธรรมดีๆ สำหรับนักธุรกิจ ทำธุรกิจให้รวยรู้เรื่อง

ธรรมดีๆ สำหรับนักธุรกิจ ทำธุรกิจให้รวยรู้เรื่อง

19 กุมภาพันธ์ 2556

ฉบับที่แล้วผมนำธรรมที่พระอาจารย์ชยสาโรได้ตอบคำถามธรรมสำหรับธุรกิจอย่างสั้น

ฉบับที่แล้วผมนำธรรมที่พระอาจารย์ชยสาโรได้ตอบคำถามธรรมสำหรับธุรกิจอย่างสั้น

ถาม ธรรมะกับธุรกิจสามารถเดินไปคู่กันได้หรือไม่ครับ

ตอบ คฤหัสถ์จะทำธุรกิจและจะปฏิบัติธรรมคู่กันไปได้หรือไม่ ก็แล้วแต่ว่าทำธุรกิจประเภทใด ถ้าเป็นธุรกิจค้าอาวุธ ธุรกิจส่งเสริมกิเลสของชาวบ้าน ก็จะมีส่วนที่ไม่ดีอยู่ตลอดเวลา โดยพื้นฐานแล้ว การทำธุรกิจไม่ควรขาดธรรมะระดับศีล ต้องเป็นผู้ซื่อสัตย์สุจริต เช่น ควรเสียภาษี เราก็เสียภาษีให้เต็มอัตรา ไม่โกงรัฐบาล

นั่นเป็นศีลธรรมของนักธุรกิจ จะรักษาได้ต้องใช้สติและปัญญามากพอสมควร ก้าวแรกคือ ความต้องการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจโดยไม่ผิดศีล จะเป็นไปได้ไหม ถือเป็นการท้าทาย

แล้วเราต้องเป็นผู้มีเมตตาต่อลูกน้องทุกคน พระพุทธองค์ตรัสในเรื่องนี้ว่า เจ้านายควรจัดงานให้เหมาะสมกับลูกน้อง ไม่ให้เขาทำงานหนักเกินไป ให้พอดีกับกำลัง พอดีกับความสามารถ แล้วก็ให้เงินเดือนให้พอดี ไม่กดเงินเดือนให้ต่ำที่สุด เพื่อเราหรือผู้ถือหุ้นจะได้กำไรมากที่สุด ธรรมะคือความถูกต้อง ทำอย่างไรเราจึงจะบริหารงานให้ถูกต้องที่สุด

หลักการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อลูกน้อง หรือเจ้านาย คือ พรหมวิหาร 4 ทั้งเมตตา ทั้งกรุณา ทั้งมุทิตา ทั้งอุเบกขา

อุเบกขา ก็คือ ความเป็นกลาง ไม่ทำอะไรด้วยความลำเอียง การจัดสรรความสัมพันธ์ต่างๆ ในบริษัทให้ยุติธรรม ให้มีความเป็นมิตรต่อกัน การฝึกตนและลูกน้องให้พยายามสื่อสารกันด้วยสัมมาวาจา น่าจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรมของนักธุรกิจ

การปฏิบัติธรรมก็คือชีวิตนั่นเอง บางคนถือว่าถ้าเราซื่อสัตย์สุจริตมาก ก็จะเสียเปรียบเขา แข่งขันกับเขาไม่ได้ อาตมาเองก็ยอมรับว่า มีประสบการณ์น้อยกว่าญาติโยมในเรื่องนี้ แต่อาตมาเชื่อว่าผู้ที่ทำงานอย่างสะอาดและซื่อสัตย์ ถึงจะต้องเสียเปรียบในบางเรื่อง ก็จะได้เปรียบในบางเรื่องเช่นกัน เพราะจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากบริษัทที่รับเหมาหรืออะไรก็แล้วแต่ บริษัทมีชื่อเสียงว่าสะอาดคงไม่ขาดลูกค้า เพราะความไว้วางใจเปรียบเหมือนน้ำมันหล่อลื่นในการค้าขาย

นักธุรกิจที่ทำงานแบบปฏิบัติธรรม คือ ไม่ต้องเอารวยมาก เอาแบบรวยพอเพียงได้ไหม ไม่ต้องคิดจะ “รวยไม่รู้เรื่อง” ขอให้เป็น “รวยรู้เรื่อง” ได้ไหม

รวยรู้เรื่องก็คือ หลักของการแสวงหาโภคทรัพย์อย่างไม่หลงใหล ไม่เอาเงินเอาทองเป็นพระเจ้าหรือเป็นสิ่งสูงสุดในชีวิต จนไม่มีเวลาให้ครอบครัวหรือสิ่งดีงาม

ทุกวันนี้อ้างกันว่า สามีภรรยาไม่มีเวลาให้ลูกหลาน ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม ไม่มีเวลาเข้าวัดเข้าวา ถ้าเป็นอย่างนี้ เมื่อถึงเวลาจะจากโลกนี้ไป อริยทรัพย์ไม่มีนี่เจ๊งเลยนะ อะไรจะเป็นกำไรชีวิตในเวลานั้น ในเมื่อเงินก็มีแต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเท่านั้น อาตมาว่าอริยทรัพย์จะมีค่ามากกว่า

“ทำธุรกิจก็ทำให้พอดี ทำในทางที่สอดคล้องกับหลักธรรม ถ้ายังทำไม่ค่อยได้ อย่างน้อยที่สุดอย่าไปทำธุรกิจที่เป็นอุปสรรคต่อหลักธรรม ถ้าทำได้ก็ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติ เป็นสัมมาอาชีพ เป็นหมอเป็นพยาบาลช่วยดับความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ เรียกว่าดีมากแล้ว เป็นครูเป็นอาจารย์ผู้สอนลูกสอนหลานให้เป็นคนดีคนฉลาดก็ดีมากๆ แล้ว การทำธุรกิจไม่เป็นบุญง่ายๆ ต้องฝืนความเคยชินเก่า กลับจากที่ทำงานแล้ว รู้สึกภูมิใจกับความเพียรวันนี้ ก็ใช้ได้”

ท่านผู้อ่านเห็นไหมครับว่า การทำธุรกิจกับธรรมไปด้วยกันได้และเราควรไปปฏิบัติธรรมเมื่อมีโอกาส และควรทำธุรกิจแบบเอาแค่รวยให้รู้เรื่องดีกว่า “รวยไม่รู้เรื่อง” นะครับ

ผู้สนใจอยากได้หนังสือของพระอาจารย์ชยสาโรเพื่ออ่านศึกษาหรือพิมพ์เป็นธรรมทาน โปรดติดต่อมูลนิธิปัญญาประทีปหรือโรงเรียนทอสี โทรศัพท์ 02-713-3674

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท