posttoday
TFD กินยาว 8 ปี

TFD กินยาว 8 ปี

18 กุมภาพันธ์ 2556

อภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) กล่าวต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการของบริษัทจะหาธุรกิจที่ดีเข้ามาเพื่อสร้างรายได้และกำไรของบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

อภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) กล่าวต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการของบริษัทจะหาธุรกิจที่ดีเข้ามาเพื่อสร้างรายได้และกำไรของบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้บริษัทมีแผนการทำธุรกิจ 3 ปีที่ชัดเจนทำให้มีอัตราการเติบโตของรายได้ต่อปีประมาณ 30% แน่นอน ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินในมือพร้อมที่จะพัฒนาจำนวน 1,200 ไร่ ซึ่งจะเป็นแหล่งที่จะสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องไปอีก 5-8 ปี

“ตอนนี้โครงการนิคมอุตสาหกรรม TFD ไปได้ดีมาก และเรามีเงินสดในมือจึงนำเงินไปซื้อที่ดินอีก 1,000 ไร่ เพื่อเพิ่มที่ดินเป็น 1,200 ไร่ สำหรับพัฒนาที่นิคมในช่วงเฟส 2 ซึ่งจะมีทั้งการขายที่ดินเปล่าให้กับลูกค้า และการสร้างโรงงานสำเร็จรูปหรือคลังสินค้าเพื่อขายเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้บริษัทได้กันพื้นที่จำนวน 75 ไร่ เพื่อมาสร้างโรงงานสำเร็จรูป ขนาดพื้นที่ประมาณ 7 หมื่นตารางเมตร ที่จะทยอยขายให้กองทุนเพื่อสร้างรายได้”

อภิชัย กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนไว้อย่างชัดเจนว่าในแต่ละปีจะมีการขายโรงงานสำเร็จรูปเข้ากองทุน ซึ่งปีนี้คาดว่าจะนำโรงงานสำเร็จรูปที่กิ่งแก้วจำนวน 18 โรงงาน ขายให้กองทุนมูลค่ารวมประมาณ 310 ล้านบาท ในช่วงต้นไตรมาส 1 หรือ 2 ปี 2557 จะขายโรงงานสำเร็จรูปเข้ากองทุนอีกประมาณ 800 ล้านบาท

“เราตัดสินใจขายโรงงานเข้ากองทุนแทนที่จะขายเป็นที่ดินเปล่าๆ เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการได้ เพราะทุกครั้งที่ขายจะมีกำไรพิเศษเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนและทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น เมื่อไตรมาส 4 ปี 2555 บริษัทได้ขายโรงงาน TFD และที่แหลมฉบังเข้ากองทุนมูลค่า 970 ล้านบาท บริษัทมีกำไรพิเศษค่อนข้างดีมากเพราะต้นทุนที่ดินที่มีอยู่ต่ำมาก เพราะซื้อตอนราคา 11.8 ล้านบาทต่อไร่ และเมื่อนำมาพัฒนาเพื่อขายไปในราคา 8-10 ล้านบาทต่อไร่

การขายโรงงานเข้ากองทุนได้ประโยชน์มาก กองทุนเองก็มีลูกค้าพร้อมที่จะซื้อหน่วยลงทุนเพราะได้รับผลตอบแทนประมาณ 8% สูงกว่าการฝากเงินจึงมีนักลงทุนประจำที่พร้อมลงทุนอยู่แล้ว”

นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ล่าสุด ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้เข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท วีเอสเอสแอล เอ็นเตอร์ไพรส์ เจ้าของโครงการ 15 สุขุมวิท เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นอาคารชุดขนาด กว่า 500 ยูนิต จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทในช่วงปี 2556-2558 รวมทั้งสิ้น 3,378 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้จำนวน 1,248 ล้านบาท ในปี 2557 อีก 1,700 ล้านบาท และอีก 430 ล้านบาท ในปี 2558

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยที่เขาเต่า มูลค่าโครงการประมาณ 3,500 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้าในการขายประมาณ 20% และโครงการที่ถนนราชดำริ ซอยมหาดเล็กหลวง 2 มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งที่ดินที่ได้มาราคาค่อนข้างถูกทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ที่ดีด้วย

ส่วนแนวโน้มรายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า คอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์น่าจะปิดโครงการได้หมด รายได้หลักจะมาจากการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานสำเร็จรูปเข้ากองทุน โดยลูกค้าของบริษัทกว่า 95% เป็นนักลงทุนญี่ปุ่น

อภิชัย กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุน และกองทุนต่างประเทศ รวมถึงนักวิเคราะห์ก็ได้เข้ามาพบ ซึ่งมีทั้ง บล.เอเซีย พลัส บล.เคที ซีมิโก้ บล.กสิกรไทย และภายในเดือนนี้กองทุนของสหรัฐก็จะมาขอพบด้วย

“เราไม่ใช่หุ้นเก็งกำไร นักลงทุนเข้ามาลงทุนก็เพราะมั่นใจในแผนการทำธุรกิจที่มีอย่างชัดเจนและมีแผนเติบโตอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนทุกวันนี้ฉลาด เขารู้ว่าเขาลงทุนอะไร ซึ่งขณะนี้บริษัทมีนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นประมาณ 2,000 ราย โดยบริษัทก็ให้ความเชื่อมั่นว่าจะหาสิ่งที่ดีเพื่อให้กิจการมีการเติบโตที่ดีและต่อเนื่อง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท