
คาดกนง.ลดดอกเบี้ยลง 0.25%
ศูนย์วิจัยฯ คาด กนง.เห็นความเสี่ยงเงินบาทแข็งค่าและทุนไหลเข้า น่าจะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%
ศูนย์วิจัยฯ คาดการณ์ กนง.เห็นความเสี่ยงเงินบาทแข็งค่าและทุนไหลเข้า น่าจะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในการประชุมรอบที่สองของปี 2556 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 มีโอกาสมากขึ้นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งลดโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงสามารถขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ก็มีโอกาสเช่นกันที่ทาง กนง. จะรอดูแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไปอีกระยะ ก่อนจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ กนง. คงจะนำประเด็นเรื่องผลกระทบของค่าเงินต่อระบบเศรษฐกิจมาประกอบการพิจารณา เนื่องจากภาคการส่งออกเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อทิศทางการส่งออก ผ่านความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และนำไปสู่ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมในที่สุด โดยตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสเงินทุนไหลเข้า ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ช่วยลดต้นทุนทางการเงินของภาคเอกชน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการบริโภคของภาคครัวเรือน และมีผลดีทางอ้อมช่วยลดช่องว่างในการเก็งกำไรค่าเงินจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ยังคงบ่งชี้ถึงพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ตามเครื่องชี้เศรษฐกิจโลกที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งคาดว่ากรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) บางท่านอาจมองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำนั้น อาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจในระยะยาว โดยอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ติดลบจะกระทบต่อการออมของภาคครัวเรือน และเพิ่มความเสี่ยงด้านปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่ง กนง.ได้แสดงความกังวลไว้ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งก่อนหน้า รวมทั้งอาจก่อให้เกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ ได้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้น หาก กนง.มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็น่าที่จะนำมาสู่การขยับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในทิศทางที่สอดคล้องกัน อันอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์บางส่วน เพราะการแข่งขันที่รุนแรงของเงินฝากและสินเชื่อ จึงเป็นเรื่องยากที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อรักษาสภาพคล่องและส่วนแบ่งตลาดไว้







